First Film Forward เรื่องแรก จากรุ่นสู่รุ่น

image

ไม่มีคนทำหนังคนไหนเติบโตขึ้นโดยไม่มีรากฐาน จุดเริ่มต้นของผู้กำกับภาพยนตร์แต่ละคนนั้นล้วนต่อยอดมาจากผลงานของผู้คนรุ่นก่อนหน้าทั้งสิ้น เช่นเดียวกับศิลปวิทยาการอื่น ๆ ที่สร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นได้จากการส่งต่อและรับมาของคนแต่ละรุ่น 


โปรแกรมภาพยนตร์ไทยประจำเดือนสิงหาคม หอภาพยนตร์ได้ลองวาดภาพให้เห็นเส้นทางอันเชื่อมต่อของคนทำหนังส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ผ่านผลงานเรื่องแรกของพวกเขา เริ่มต้นจาก รัตน์ เปสตันยี คนทำหนังผู้ต่อสู้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมหนังไทย และเสียชีวิตภายหลังการเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2513 งานกำกับเรื่องแรกของรัตน์คือ ตุ๊กตาจ๋า (2494) หนังเล็ก ๆ พากย์สด ที่เขาทดลองถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มม. ก่อนจะลงทุนสร้างผลงานเรื่องถัดไปคือ สันติ-วีณา (2497) หนังเสียงฟิล์ม 35 มม. มาตรฐานสากล ซึ่งกลายเป็นตำนาน


หนึ่งในทีมงานสำคัญของ สันติ-วีณา คือ วิจิตร คุณาวุฒิ ผู้ที่ในขณะนั้นเป็นนักเขียนนักหนังสือพิมพ์ และเริ่มมาฝึกหัดเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก และเริ่มมาฝึกหัดเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก ต่อมาเขาได้กลายเป็นคนทำหนังชั้นครูในนาม “คุณาวุฒิ” โดยโปรแกรมนี้นำผลงานเรื่อง มือโจร (2504) มาจัดฉาย แม้จะไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่เขากำกับ แต่เป็นเรื่องแรกที่เขาลงทุนสร้างเอง และยังได้รับรางวัลตุ๊กตาทองครั้งแรก เป็นใบเบิกทางไปสู่ฉายา “เศรษฐีตุ๊กตาทอง” ในเวลาต่อมา 


จากคุณาวุฒิ ลากเส้นต่อมายัง เชิด ทรงศรี อีกหนึ่งผู้กำกับที่มาจากวงการนักเขียน เชิดนับถือคุณาวุฒิเป็นครูด้านภาพยนตร์ เมื่อตัดสินใจกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือ โนห์รา (2509) เขาจึงเชิญคุณาวุฒิมาร่วมประเดิมเปิดกล้อง ก่อนที่เชิดจะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับหนังไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จากงานชิ้นเอกเรื่อง แผลเก่า (2520) 


ในช่วงเวลาที่สร้าง แผลเก่า นั้น เชิดมีผู้ช่วยผู้กำกับคือ ยุทธนา มุกดาสนิท คนหนุ่มไฟแรงผู้ปรารถนาจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้แก่วงการหนังไทย หลังร่วมงานกับเชิด เขาได้รับโอกาสให้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือ เทพธิดาบาร์ 21 (2521) หนังเพลงที่ทั้งแปลกใหม่และสะท้อนสังคม ซึ่งทำให้เขาได้รับการยอมรับจากบรรดานักวิจารณ์ในทันที 


จาก เทพธิดาบาร์ 21 ปิดท้ายด้วย รักแรกอุ้ม (2531) ผลงานเรื่องแรกของ สมจริง ศรีสุภาพ หรือ คิง ผู้กำกับที่เรียนด้านภาพยนตร์มาโดยตรง และเริ่มต้นเส้นทางหลังจบการศึกษาด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับของยุทธนาในเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ (2528) กลายเป็นแหล่งวิชาให้เขาได้ตักตวงความรู้และประสบการณ์ จนก้าวขึ้นมาเป็นคนทำหนังไทยที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของยุค 


ผลงานทั้งห้าในโปรแกรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียง “หนังเรื่องแรก” ของผู้กำกับแต่ละคน หากยังเป็นร่องรอยของการทำงานและการเรียนรู้ที่ไหลสืบเนื่องกันมาเป็นสายธารของคนทำหนังไทยจากรุ่นสู่รุ่น


Direct Cinema: Screening Program

ชนะ คราประยูร: A Retrospective

ลานดารา นิภาพร นงนุช

Identity Unbound: ก้าว/ข้าม

ภาพยนตร์โลก WORLD CINEMA PROGRAMME