กลางทศวรรษ 2510 ในยุคเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของวงการหนังไทย จากขนบถ่ายหนังด้วยฟิล์ม 16 มม. ไปสู่ระบบฟิล์ม 35 มม. มาตรฐาน และจากเนื้อหาถูกค่อนขอดว่า ‘น้ำเน่า’ ไปสู่แนวทางการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ชื่อของ “ชนะ คราประยูร” คือหนึ่งในคลื่นลูกใหม่ที่ซัดเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ และยืนหยัดยาวนานด้วยผลงานที่โดดเด่นในด้านการถ่ายทอดประเด็นปัญหาสังคม ผนวกกับอารมณ์และจิตใจของมนุษย์อย่างเข้มข้น
ชนะ คราประยูร มีสายเลือดภาพยนตร์มาตั้งแต่เกิด จากพ่อและแม่ของเขา สนาน กับ วรรณภา คราประยูร ที่เป็นนักพากย์หนังและร่วมกันสร้างภาพยนตร์เองในนามนครพิงค์ภาพยนตร์ ชนะจึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางธุรกิจภาพยนตร์ของครอบครัว ก่อนจะถูกส่งไปศึกษาต่อด้านนี้โดยตรงที่ Columbia College สหรัฐอเมริกา จนสำเร็จการศึกษาในปี 2515 ปีต่อมาเขาเริ่มมีชื่อร่วมกำกับกับ สนาน คราประยูร ในเรื่อง คนองกรุง และได้เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวเรื่องแรกใน สาวสิบเจ็ด เมื่อปี 2517 ด้วยอายุเพียง 25 ปี จนได้ชื่อว่าเป็นคนทำหนังไทยที่หนุ่มที่สุดในเวลานั้น
ชนะชอบสังเกตพฤติกรรมของมนุษย์ ความสนใจดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในผลงานส่วนใหญ่ของเขา ซึ่งมักเข้าไปสำรวจชีวิตผู้คนในแต่ละกลุ่มของสังคม เช่น ผู้หญิง วัยรุ่น วัยชรา หรือครอบครัว เพื่อวิเคราะห์และนำประเด็นปัญหาต่าง ๆ ออกมาตีแผ่ โดยหลายเรื่องดัดแปลงจากบทประพันธ์ที่เขาชื่นชอบ
อีกหนึ่งลักษณะเด่นของชนะคือความพิถีพิถันในการกำกับการแสดงให้สมจริง เขาชอบปลุกปั้นนักแสดงหน้าใหม่และจับดาราหน้าเก่ามาพลิกบทบาท แม้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งและการต่อสู้ทางอารมณ์ จนถูกมองว่าเป็นงานแนวซีเรียส รวมทั้งเป็นผู้กำกับที่ไม่วิ่งตามตลาด แต่ภาพยนตร์ของชนะก็มักทำรายได้ควบคู่กับรางวัลอยู่เสมอ โดยส่วนใหญ่เขาจะรับหน้าที่ทั้งเขียนบทและลำดับภาพด้วยตนเอง ชนะสร้างภาพยนตร์ราวปีละ 1-2 เรื่อง ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2534 ก่อนจะหันไปจับงานละครโทรทัศน์เป็นหลัก
เดือนกรกฎาคม หอภาพยนตร์จัดโปรแกรม ชนะ คราประยูร: A Retrospective ด้วยผลงานกำกับ 10 เรื่องของเขา โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ภาพยนตร์ที่สร้างในนามบริษัทนครพิงค์ ที่หอภาพยนตร์เพิ่งนำฟิล์มเนกาทีฟจากคลังอนุรักษ์มาสแกนภาพใหม่เพื่อจัดฉายในโปรแกรมนี้เป็นครั้งแรก ได้แก่ วัยตกกระ (2521) หนังสะท้อนปัญหาของคนชรา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ และ ไร้เสน่หา (2522) หนังชีวิตเข้มข้นที่เกี่ยวพันกับเรื่องกิเลสตัณหาและจิตวิทยา
ในขณะเดียวกันยังมีชุดผลงานที่กำกับให้แก่ ไฟว์สตาร์ โปรดักชัน ซึ่งบริษัทไฟว์สตาร์ได้สนับสนุนไฟล์ฉบับรีมาสเตอร์ใหม่ ตั้งแต่ วัยสวิง (2523) หนังรักวัยรุ่นที่ได้รับความนิยม เงินปากผี (2524) หนังสยองขวัญเรื่องเดียวของเขา วันนั้นคงมาถึง (2527) หนังเชิดชูศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงที่สร้างในวาระครบรอบ 10 ปีการทำงาน เหยื่อ? (2530) หนังตีแผ่ปัญหาการเอาใจใส่ในครอบครัว กว่าจะรู้เดียงสา (2530) หนังสะท้อนปัญหาวัยรุ่นเรื่องดัง และ ทองประกายแสด (2531) ที่พูดถึงความใฝ่ฝันของหญิงสาวผู้ต้องการก้าวไปสู่ความหรูหราของชีวิต
ปิดท้ายด้วย ทางโค้ง (2518) งานกำกับยุคแรกที่สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในเรื่องปัญหาสังคมของเขา และ แม้เลือกเกิดได้ (2525) งานชิ้นเอกที่พาไปสัมผัสชีวิตโสเภณี ทั้งสองเรื่องแม้จะจัดฉายในฉบับวีดิทัศน์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านภาพ แต่ก็นับเป็นหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางการทำงานและเป็นลายเซ็นที่ชัดเจนของ ชนะ คราประยูร