เด็กและเยาวชนทุกยุคทุกสมัยล้วนประสบกับความท้าทายในการเติบโตตามพลวัตทางสังคมมาเสมอ เด็กในยุคนี้ก็กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์โลกอันท้าทายไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม มลพิษฝุ่น สภาพอากาศ ปัญญาประดิษฐ์ ฯลฯ โครงการโรงหนังโรงเรียนเองที่กำลังเติบโตเข้าสู่ปีที่ 15 มองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและรับรู้ถึงความเปราะบางอันมีสภาพสังคมเป็นส่วนหนึ่ง จึงให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะหัวใจที่แข็งแกร่ง เรียนรู้ในประเด็นและมุมมองที่หลากหลายผ่านภาพยนตร์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งการทำความเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น เข้าใจสังคม ในขณะเดียวกันก็ใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อในการปลอบประโลมจิตใจด้วยเช่นกัน
โปรแกรมโรงหนังโรงเรียน ปีการศึกษา 2569 นี้ มุ่งหวังให้ประสบการณ์การดูหนังในโรงหนังยังมีคุณค่าความหมาย ส่งเสริมมารยาทและสร้างสมาธิ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังจากดูหนังจบ ซึ่งจะสามารถเป็นวัคซีนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ได้รับความบันเทิงไปพร้อมกับการเรียนรู้ เพื่อเติบโตบนโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตอย่างไม่โดดเดี่ยว จึงขอแนะนำภาพยนตร์บางส่วนที่คัดสรรไว้ตามช่วงระดับชั้น ดังนี้
ระดับชั้นปฐมวัย

สร้างประสบการณ์ดูหนังในโรงหนังเป็นครั้งแรก ๆ ในชีวิตด้วยชุดภาพยนตร์สั้น ไม่มีบทสนทนา รวมภาพยนตร์หลากหลายอารมณ์ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เช่น Atomic Chicken (2566) หนึ่งในหนังสั้นจากฝรั่งเศส เล่าเรื่องด้วยท่าทีตลกขบขันของเล้าไก่ที่ไก่ค่อย ๆ กลายพันธุ์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ หรือจะเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวอย่าง Migration (2566) ที่นอกจากจะพาไปรู้จักชีวิตของเป็ดแล้ว ยังชวนให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัว การสนับสนุนกันและกัน และการก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง ผ่านการออกเดินทางย้ายถิ่นครั้งสำคัญของครอบครัวเป็ด แม้จะพบอุปสรรคหนักหนา แต่ก็ได้สัมผัสกับความงดงามจากการออกเดินทางที่หาไม่ได้หากอยู่กับความกลัวอย่างที่เคยเป็นมาตลอด
ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ในสังคมที่กรอบค่านิยมความสวยหล่อ (Beauty Standard) มีอิทธิพลอย่างเข้มข้น เราหยิบภาพยนตร์ในตำนานที่สร้างสีสันออกไปทางสีเขียวอย่าง Shrek (2544) มาทำลายภาพจำที่ตัวละครหลักหรือพระเอกไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าชายหล่อเหลา แต่ยักษ์ตัวโตสีเขียวก็เป็นพระเอกในดวงใจได้เหมือนกัน ทั้งยังสนับสนุนให้ยอมรับในความแตกต่างและมองเห็นคุณค่าในตัวเองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์แอนิเมชันไซไฟอย่างเรื่อง The Wild Robot (2567) ที่ชวนจินตนาการถึงอนาคต โลกที่มีหุ่นยนต์ล้ำหน้า และตั้งคำถามเชิงปรัชญาถึงความสัมพันธ์ที่หุ่นยนต์จะสามารถเป็นแม่บุญธรรมให้กับลูกห่านกำพร้าได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังผสานไปกับประเด็นการเชื่อมโยงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกพยายามสร้างความตระหนักในทุกพื้นที่
ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย

ภายใต้กระแสนิยมของภาพยนตร์สยองขวัญมากมายและครองใจเด็กไทยทั่วทุกภาค เราขอนำเสนอภาพยนตร์รสชาติต่างออกไปที่จะช่วยสร้างความหลากหลายทางประสบการณ์การชมภาพยนตร์และยังเหมาะสมกับช่วงวัย เช่น Marcel the Shell with Shoes On (2564) ภาพยนตร์สารคดีปลอมผสมแอนิเมชันในรูปแบบสต็อปโมชัน พาไปรู้จักคนทำหนังกับหอยจิ๋วสวมรองเท้า ชวนให้เห็ความงดงามของสิ่งเล็กน้อยในชีวิต ไปจนถึงการเผชิญหน้าและยอมรับการจากลา และ Are You There God? It's Me, Margaret. (2566) ภาพยนตร์เล่าเรื่องชีวิตของมาร์กาเร็ต เด็กสาวที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งการย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียน กลุ่มเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ไหนจะร่างกายที่เริ่มโตเป็นสาว ความสับสนในการเข้าสังคม และการตั้งคำถามกับความเชื่อต่อศาสนา หนังเรื่องนี้เป็นเสมือนสะพานที่พูดคุยกับวัยพรีทีนได้ในหลากหลายประเด็น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเขินอายหรือแปลกแยก แต่ทำให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติสามัญของมนุษย์
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
ท่ามกลางภาพยนตร์สนุกสนาน ชวนตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ และโลกสังคมออนไลน์ที่ทุกอย่างฉับไวไปเสียหมด ภาพยนตร์อย่าง The Red Turtle (2559) จะชวนทุกคนเปิดตาเปิดใจไปกับโลกภาพยนตร์แอนิเมชันในจังหวะเนิบช้าและไม่มีบทสนทนา แต่ลึกซึ้งถึงปรัชญาแห่งชีวิต สะท้อนความงดงามของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และภาพยนตร์เรื่อง Eighth Grade (2561) ภาพยนตร์ที่นำเสนอชีวิตวัยรุ่นในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสำคัญต่อชีวิตและตัวตน ชวนให้ตระหนักถึงการรับมือกับโลกของวัยรุ่นทั้งโลกในจอและนอกจอ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

สำหรับวัยนี้ เราเชื่อในศักยภาพและต้องการมุ่งพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ชวนเปิดใจให้เห็นความหลากหลายและงดงามของศิลปะภาพยนตร์ เช่น Her (2556) ภาพยนตร์ไซไฟโรแมนติกที่ชวนจินตนาการและตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ สะท้อนถึงความโดดเดี่ยวในยุคเทคโนโลยีและอัตลักษณ์ความสำคัญของความเป็นมนุษย์ และ Falcon Lake (2565) ภาพยนตร์ที่ถ่ายด้วยระบบฟิล์มออกมาได้อย่างสวยงาม และนำเสนอความตื่นเต้น หวั่นไหว และเจ็บปวด ในฤดูร้อนหนึ่งที่สำคัญต่อช่วงเวลาก้าวผ่านวัยของตัวละคร
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ในโปรแกรมกิจกรรมโรงหนังโรงเรียน ปีการศึกษา 2569 เท่านั้น ยังมีภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ในอีกหลายประเด็น ภาพยนตร์ไทยคุณภาพ รวมถึงภาพยนตร์ไทยคลาสสิก เช่น พระเจ้าช้างเผือก (2484) ภาพยนตร์แห่งสันติภาพเหนือกาลเวลาที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลก โดย UNESCO เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถดูรายชื่อภาพยนตร์และข้อมูลโปรแกรมเพิ่มเติมได้ที่ <<คลิก>> และติดตามภาพบรรยากาศกิจกรรมได้ที่เพจ โรงหนังโรงเรียน www.facebook.com/thaicinemaschool