นิทรรศการ หลังเหตุมหัศจรรย์ After the Incident

“หลังเหตุมหัศจรรย์” หรือ After the Incident คือนิทรรศการหมุนเวียนใหม่ที่ห้องชั้น 2 ในอาคารสรรพสาตรศุภกิจ เป็นอีกงานที่แสดงการเชื่อมต่อระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ตอกย้ำหลักการว่าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในบริบทต่าง ๆ ยังคงส่งอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อคนทำงานศิลปะร่วมสมัย 


ต้นกำเนิดของนิทรรศการ “After the Incident หลังเหตุมหัศจรรย์” ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เมื่อหอภาพยนตร์เปิดพื้นที่ให้ทีมงานของเทศกาลสยามอนิมา SiamANIMA (Siam International Animation Festival) จัดแสดงนิทรรศการที่ใช้เทคนิคแอนิเมชันเป็นส่วนประกอบหลัก หลังจากงานดังกล่าวผ่านพ้นไป หอภาพยนตร์ต้องการต่อยอดเนื้อหาและสร้างประสบการณ์รับชมที่เกี่ยวกับงานแอนิเมชัน อันเป็นสาขาศิลปะภาพเคลื่อนไหวที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย และเป็นสาขาหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยที่คนมักมองข้าม ประกอบกับในปี 2568 เป็นวาระครบรอบ 70 ปีของ เหตุมหัศจรรย์ (Amazing Incidents) ภาพยนตร์การ์ตูนฝีมือคนไทยเรื่องแรก สร้างโดย ปยุต เงากระจ่าง ซึ่งออกฉายสู่สาธารณชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2498 ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย นิทรรศการหลังเหตุมหัศจรรย์จึงถือเป็นงานแสดงคารวะต่อบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยผู้บุกเบิกแอนิเมชันของประเทศ




หอภาพยนตร์ได้เชิญ ณัท เศรษฐ์ธนา มาเป็นภัณฑารักษ์รับเชิญ ทำงานร่วมกับทีมนิทรรศการของหอภาพยนตร์ เพื่อสร้างนิทรรศการที่เชื่อมโยงผลงานของ ปยุต เงากระจ่าง เข้ากับงานของศิลปินร่วมสมัยอีกสี่คนที่ใช้แนวคิดพื้นฐานของเทคนิคแอนิเมชันในการสร้างภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างฉากหลัง อันเป็นองค์ประกอบตั้งต้นที่ผสานทั้งทักษะดั้งเดิมอย่างการวาดและลงสี เข้ากับนวัตกรรมภาพเคลื่อนไหวอื่น ๆ โดยภัณฑารักษ์ตั้งใจว่า ในนิทรรศการนี้ตัวตนและผลงานของอาจารย์ปยุต ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะ “แรงบันดาลใจ” หรือ “วัตถุในคอลเลกชัน” เก่าเก็บจากอดีต แต่เป็นศิลปินที่มีผลงานร่วมแสดง และเป็นงานสร้างสรรค์ที่ยังคงความหมายในสายตาของคนดูยุคปัจจุบัน โดยศิลปินอีกสี่คนที่จะนำผลงานมาร่วมแสดง ได้แก่ สิทธิกร ขาวสะอาด, สิกานต์ สกุลอิสริยาภรณ์, อัญชลี อนันตวัฒน์ และนิพันธ์ โอฬารนิเวศน์


บทนำนิทรรศการ

โดย ณัท เศรษฐ์ธนา


ม่านสีหม่นสองผืนคลายตัวออก เคลื่อนเข้าหากันจากซ้ายและขวาเผยให้เห็นลวดลายบนผืนผ้า แสงสปอตไลต์สีนวลขึ้นข้อความว่า “จบ” ตัวบรรจงบนระลอกผ้าพลิ้วไหวที่บัดนี้ประสานรวมกันเป็นเนื้อเดียว ปิดฉากแอนิเมชันไทยเรื่องแรกลงอย่างงดงาม เสียงปรบมือดังเกรียวกราว เหล่านักแสดงทยอยเรียงแถวกันออกมาจากด้านข้างของเวที เริ่มด้วยผู้กำกับที่รับบทนักแสดงนำ ตามด้วยบรรดาตัวประกอบใหญ่น้อย พวกเขาจับมือคล้องแขนโค้งคำนับเรียกเสียงโห่ร้องอื้ออึงอีกคำรบหนึ่ง นับเป็นชั่วขณะที่สุกสว่างที่สุดหลังม่านการแสดงปิดลง ท่ามกลางเสียงกึกก้องของโรงมหรสพ ในพื้นที่เศษสามส่วนสี่ของเวทีที่ถูกกั้นไว้ให้พ้นจากแสงไฟ ปรากฏภาพของฉากน้อยใหญ่ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างประณีต ตั้งตระหง่านหลังเงาของม่านสูง ปราศจากสายตาจับจ้อง 




นิทรรศการ “หลังเหตุมหัศจรรย์” ต่อบทสนทนาจากฉากจบของ เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์แอนิเมชันไทยเรื่องแรก โดยนำชุดวัตถุที่ ปยุต เงากระจ่าง ผู้บุกเบิกงานแอนิเมชันไทย ได้มอบไว้ให้หอภาพยนตร์อนุรักษ์มาจัดแสดงร่วมกับผลงานศิลปะจากศิลปินท่านอื่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อสร้างฉากทัศน์ บริบท พื้นที่ และเวลา เมื่อตัวละครลับสายตาไป ทิ้งที่ว่างสำหรับการสนทนาใด ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการเยี่ยมเยือนนิทรรศการ


หากความมหัศจรรย์ของแอนิเมชันคือการเคลื่อนไหวอันมีชีวิตชีวาของตัวละครบนฉากหลังเงียบงัน การจดจ้องฉากหลังว่างเปล่าที่เหลือไว้หลังการจากไปของตัวละครจึงเปรียบเสมือนการเพ่งพินิจ “จุดเกิดเหตุ” โดยมิอาจทราบได้ว่าเมื่อใด “เหตุมหัศจรรย์” จะอุบัติขึ้นอีกครั้ง 


A Perfect Place

โดย นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์




พื้นที่ของภาพ / ภาพของพื้นที่

“ภาพ” จะกลายเป็นภาพจริง ๆ ก็ต่อเมื่อองค์­ประกอบที่หลากหลายของมันมีอิสระในตัวเอง เมื่อสิ่งเหล่านั้นพูดด้วยภาษาของตนจากระเบียบหรือไวยากรณ์ที่มีเกณฑ์เฉพาะของมัน พื้นที่ จะกลายเป็นพื้นที่จริง ๆ อาจจะ ณ ขณะที่กลุ่มเมฆเคลื่อนตัวและเงาของมันเองก็เคลื่อนที่อย่างรู้ตัวว่าเคลื่อน พร้อมกับเปลี่ยนรูปไปตามโครงสร้างและลักษณะผิวของโหนกเขา หรืออาจอยู่ในรูปของสายฝนที่สาดซัดอย่างรู้ชัดต่อรอยเปียกของพื้นดิน ต่อแรงกระทบต่อผิวผนังหรือหลังคา หรือต่อความชื้นจากริ้วเม็ดฝนระหว่างเปิดปิดหน้าต่างห้องพัก


Twerking Title

โดย อัญชลี อนันตวัฒน์




เราเลือกที่จะวาดแต่ฉากของแอนิเมชันเรื่องแรกของโลกขึ้นมา เราวาดฉากฉากนั้นเพราะมันถูกพูดถึงในหนังสือเล่มนึงหนึ่ง เราวาดด้วยความสนใจว่าฉากนั้นมันสวยซึ้งตรึงจิต รู้สึกว่าการมีอยู่ของมันโดยปราศจากตัวละครใด ๆ มันมีเสน่ห์ของมันอยู่แล้ว


คอยแต่บุญเผิ่นค้ำการบ่ทำมันบ่แมน  Koi Tae Boon Pern Kham Kan Bo Tam Man Bor Mann

โดย สิทธิกร ขาวสะอาด




...อยู่ระหว่างดินฟ้า ถึงแดดจ้า ฝนพรำก็ทำไป... คือบางส่วนของบทเพลงชีวิตกสิกร และมีอิทธิพลทำให้เกิดกระบวนการทำงานตลอดช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา กระบวนการที่ว่าคือการขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปตามทุ่งนา หมู่บ้านชนบทอีสานแถบจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และอำนาจเจริญ เส้นถนนที่แยกจากถนนทางหลวงสายหลักกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ


Rehearsal for the Missing Parts [5,7,9-12], 2566-ปัจจุบัน

โดย สิกานต์ สกุลอิสริยาภรณ์




“หนึ่ง! สอง! สาม!

การแสดงเริ่มต้นขึ้น ไฟจากเวทีค่อย ๆ ดับทีละดวงช้า ๆ

จากด้านซ้ายไปด้านขวา พัดลมตัวใหญ่เป่าให้อุปกรณ์

ประกอบฉากบนเวทีกระจัดกระจายเหมือนเป็นพายุขนาดย่อม”

ใน Rehearsal for the Missing Parts [5,7,9-12]  ศิลปินเขียนหน้าแทรกลงในหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่มีอยู่แล้ว และนำหน้าแทรกเหล่านี้มาประกอบรวมกันเป็นฉากต่าง ๆ ของละครเวทีที่ไม่มีอยู่จริง


จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ถึง 26 เมษายน 2569 

วันพุธ – อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.30 น. ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 2 อาคารสรรพสาตรศุภกิจ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)



เส้นทางประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

นิทรรศการโรงถ่าย 3 “From Dreams to Reels”

พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย

เมืองมายา

นิทรรศการรถหนังขายยา

นิทรรศการลานไปดวงจันทร์