ภาพเคลื่อนไหวอาจารย์ศิลป์กับงานศิลปะเรื่องเดียวที่ได้รับการค้นพบ

แม้ว่าเรื่องราวและภาพถ่ายของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี จะมีการเผยแพร่อย่างมากมาย แต่ภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในระหว่างการทำงานศิลปะนั้นไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน จนกระทั่งเมื่อปี 2555 ที่หอภาพยนตร์ได้พบภาพการทำงานประติมากรรมชิ้นที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของอาจารย์ศิลป์โดยบังเอิญในกรุหนังบ้าน 

---------


โดย พุทธพงษ์ เจียมรัตตัญญู

*ปรับปรุงข้อมูลจากฉบับที่เคยเผยแพร่ในสูจิบัตรพิธีประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2556


เป็นที่ทราบกันดีว่า ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี  หรือ “อาจารย์ศิลป์” ชาวอิตาเลียนผู้มีนามเดิมว่า Corrado Feroci เป็นฝรั่งสัญชาติไทยที่มีคุณูปการและบทบาทสำคัญต่อแวดวงศิลปะของไทย เขาเดินทางเข้ามาในสยามเพื่อรับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากร ตั้งแต่ปลายรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 6 และมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินนี้ยืนยาวมาอีกถึงสามรัชกาล มีผลงานสร้างประติมากรรมชิ้นสำคัญของชาติทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นจำนวนมาก  ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2505 ทั้งยังเป็นผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักตักศิลาทางศิลปะของไทย ที่ผลิตยอดศิลปินหลายต่อหลายคนขึ้นมาประดับวงการ


แม้ว่าเรื่องราวมากมาย และภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ ของ อาจารย์ศิลป์ จะยังคงมีการเผยแพร่ให้ได้เรียนรู้และรำลึกถึงอยู่เสมอในปัจจุบัน แต่กลับไม่เคยมีภาพเคลื่อนไหวการทำงานศิลปะของเขาปรากฏออกมาให้เห็นเลยสักครั้ง กระทั่งวันหนึ่งในปี 2555 ช่วงเวลาที่ชาวศิลปากรกำลังเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 120 ปี ศิลป์ พีระศรี หอภาพยนตร์ก็ได้ค้นพบฟิล์มภาพยนตร์ชุดนี้โดยบังเอิญ ขณะแปลงสัญญาณกรุหนังบ้านของครอบครัวตระกูลวิญญรัตน์  จากฟิล์ม 16 มม. ให้เป็นดิจิทัล




ภาพยนตร์ซึ่งมีความยาวเพียงไม่ถึง 2 นาทีนี้ แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างภาพบันทึกพิธีศพบรรพบุรุษตามประเพณีจีนของครอบครัววิญญรัตน์อย่างน่าประหลาด โดยนอกจากส่วนของอาจารย์ศิลป์แล้ว ยังมีภาพเคลื่อนไหวซึ่งสันนิษฐานว่าไม่เกี่ยวข้องกับพิธีศพปะปนอยู่ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง  กล่าวเฉพาะที่ปรากฏภาพอาจารย์ศิลป์ จะเห็นเป็นช่วงที่กำลังทำงานปั้นพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  โดยมีชายอีกสองคนร่วมอยู่ในภาพยนตร์ หนึ่งในนั้นคือ สิทธิเดช แสงหิรัญ ลูกศิษย์ผู้ล่วงลับก่อนวัยอันควร ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์สำคัญอีกหลายแห่ง  ส่วนอีกหนึ่งนั้นยังคงเป็นชายนิรนาม ผู้อาจเป็นบุคคลสำคัญสำหรับการเริ่มต้นสืบหาที่มาที่ไปของภาพยนตร์ชุดนี้


จากข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ ปี พ.ศ. 2493 อาจารย์ศิลป์ได้เริ่มปั้นแบบแรกของพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีนี้  สูงประมาณครึ่งเมตร  ปั้นแบบที่ 2 สูงราว 2 เมตร และแบบที่ 3 รวมส่วนสูงทั้งหมดประมาณ 14 เมตร เสร็จสิ้นเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2494  ซึ่งให้บังเอิญว่าแบบปั้นทั้ง 3 แบบนั้น ได้ปรากฏให้เห็นทั้งหมดในภาพยนตร์ ภาพยนตร์นี้จึงน่าจะได้รับการบันทึกไว้ในปี พ.ศ. 2494  ในแง่มุมทางประวัติศาสตร์ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ถือเป็นงานศิลปะที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดของอาจารย์ศิลป์  ในเรื่องการชี้ชันขึ้นของหางม้าทรง อย่างที่เขาเองได้กล่าวไว้ในบทความที่เขียนขึ้นเพื่ออธิบายกรณีนี้โดยเฉพาะว่า "ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่เคยมีงานศิลปะชิ้นใดที่สร้างขึ้นในประเทศไทยจะประสบการวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เหมือนอนุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสิน" 




นอกจากนี้ ในหนังสือ “อาจารย์ศิลป์กับลูกศิษย์” ของสำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ซึ่งได้รวบรวมข้อเขียนจากความทรงจำของชาวศิลปากรหลายรุ่นที่มีต่ออาจารย์ศิลป์  ลูกศิษย์หลายคนก็ได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่อาจารย์ศิลป์กำลังคร่ำเคร่งกับการปั้นประติมากรรมชิ้นสำคัญนี้ เช่น สุกิจ ลายเดช ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่อาจารย์ศิลป์ “ตกม้าพระเจ้าตาก” ว่า  “รอบ ๆ ตัวม้านั้น มีนั่งร้านระเกะระกะ ทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นผู้อำนวยการ และมีลูกศิษย์ที่เป็นอาจารย์ของเราหลายคนช่วยกันทำ อาจารย์ฝรั่งก็อดไม่ได้ ท่านต้องปีนขึ้นไปไสปูน ที่เราเห็นว่าม้านั้นสวยดีอยู่แล้ว มีชีวิตชีวาชวนตื่นตา แต่ยังไม่ถูกใจอาจารย์อยู่ดี เลยเป็นเหตุให้อาจารย์ฝรั่งตกม้าเจ้าตาก ก็สูงร่วมๆ สามเมตรนั่นแหละ นี่ก็เพราะแว่นตาหนาเตอะที่สายตาของท่านต้องมองลอดเป็นเหตุ” ซึ่งในภาพยนตร์เพียง 2 นาทีนี้ก็ได้ฉายให้เห็นทั้งนั่งร้านและการไสปูนของอาจารย์ศิลป์ 


นี่จึงไม่ใช่แค่เพียงภาพเคลื่อนไหวของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีกับงานศิลปะที่ได้รับการค้นพบเป็นครั้งแรก แต่ยังเป็นภาพยนตร์ที่บันทึกท่วงท่าแห่งการทำงานศิลปะชิ้นที่มีอิทธิพลต่อ "บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย" มากที่สุดชิ้นหนึ่ง ทั้งยังเป็นภาพยนตร์นิรนามที่เต็มไปด้วยรหัสลับต่าง ๆ อันชี้ชวนให้แกะรอย  เหนืออื่นใด การตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝันของมรดกภาพยนตร์ชุดนี้  หลังจากที่หลับใหลไปนานกว่ากึ่งศตวรรษ ยังเกิดเป็นแรงดลใจในการสืบหาร่องรอยมรดกภาพยนตร์ของชาติเรื่องต่อไป ที่อาจถูกเก็บงำอยู่ในกรุอื่น ๆ ของหอภาพยนตร์


ปัจจุบัน ภาพยนตร์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ คลิกชมภาพยนตร์ได้ที่ https://youtu.be/ULzR45VNOB0


ภาพยนตร์อัฟกันภายใต้การปกครองของกลุ่มตาลีบัน

16 ก.ย. 64  บทความ

เรื่องราวของภาพยนตร์และงานอนุรักษ์ภาพยนตร์ของอัฟกานิสถาน ที่ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดสามทศวรรษจากสงครามกลางเมืองและการปกครองของตาลีบัน และล่าสุดยังคงเผชิญก...

อ่านรายละเอียด

สำรวจนางสาวสุวรรณและโชคสองชั้นผ่านข้อถกเถียงว...

14 ก.ย. 64  บทความ

สรุปเรื่องราวประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยจากเสวนาออนไลน์เรื่อง “นางสาวสุวรรณ หรือ โชคสองชั้น: ถกประวัติศาสตร์นิพนธ์ว่าด้วยหนังไทยเรื่องแรก?”----------โดย...

อ่านรายละเอียด

จาก เชิด ทรงศรี ถึง ทมยันตี

13 ก.ย. 64  บทความ

นอกจากจะมีนวนิยายที่ที่ชื่อเสียงมากมายหลายเล่ม  คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ยังถือเป็นนักเขียนที่มีผลงานได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มากที่สุดคนหนึ่...

อ่านรายละเอียด

ความฝันที่จะเก็บรักษาฝันของชาติ

10 ก.ย. 64  บทความ

บทบันทึกการต่อสู้ ความรู้สึก และความทรงจำของ โดม สุขวงศ์ เมื่อครั้งเดินหน้ารณรงค์เรียกร้องให้เกิดหน่วยงานอนุรักษ์ภาพยนตร์ในประเทศไทย ไปจนถึงช่วง 5 ปีแ...

อ่านรายละเอียด

การประชุมสัมมนาวิชาชีพ SEAPAVAA ครั้งที่ 25

8 ก.ย. 64  บทความ

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมสัมมนาวิชาชีพประจำปีของสมาคมอนุรักษ์สื่อโสตทัศน์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก หรือ SEAPAVAA เมื่อวันที่ 23-25 มิถุนายน...

อ่านรายละเอียด

คนหลังบ้านในปีที่ 37 ของหอภาพยนตร์

6 ก.ย. 64  บทความ

ข้อเขียนจาก “คนหลังบ้าน” หรือทีมงานอนุรักษ์ภาพยนตร์และสิ่งเกี่ยวเนื่องในฝ่ายอนุรักษ์ ฝ่ายที่ปฏิบัติงานอันเป็นหัวใจสำคัญของหอภาพยนตร์ ถึงการทำงานที่หอภ...

อ่านรายละเอียด