ประวัติศาสตร์หนังจีน ผ่านหน้าหนังสือ

ต้อนรับเดือนของเทศกาลตรุษจีนด้วยการแนะนำหนังสือประวัติศาสตร์หนังจีนตั้งแต่ยุค Early Cinema ในปลายศตวรรษที่ 19 จวบจนถึงยุคหนังจีนร่วมสมัย หนังสือทั้งหมดนี้ให้บริการอยู่ในห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี หอภาพยนตร์   

---------


โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

* พิมพ์ครั้งแรกในจดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ฉบับที่ 61 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 


เทศกาลตรุษจีนปีนี้อยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ จดหมายข่าวฉบับนี้ขอพาย้อนไปดูประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีนตั้งแต่ยุค Early Cinema ในปลายศตวรรษที่ 19 จวบจนถึงยุคหนังจีนร่วมสมัย ข้อมูลเหล่านี้คัดย่อและสรุปจากหนังสือหลาย ๆ เล่มที่มีให้บริการในห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี ของหอภาพยนตร์ 


หนังสือที่เล่าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีนได้ครบถ้วน ชื่อ The Chinese Cinema Book เป็นการรวบรวมบทความวิชาการหลายฉบับโดยนักวิชาการหลายคน โดยมี Song Hwee Lim และ Julian Ward เป็นบรรณาธิการผู้คัดเลือกและนำเสนอ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาครอบคลุมประวัติศาสตร์ 100 กว่าปีตั้งแต่ภาพเคลื่อนไหวถูกนำเข้าไปฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ อ่านเล่มเดียวน่าจะเห็นภาพได้ครบตั้งแต่ยุคบุกเบิกมาถึงหนังยุคสร้างชาติ หนังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อเนื่องมาถึงยุคปฏิวัติวัฒนธรรมและยุคจีนร่วมสมัย อีกทั้งยังกินความเลยไปถึง “หนังจีน” ของไต้หวันและฮ่องกง แต่เพราะ The Chinese Cinema Book เป็นหนังสือที่ประกอบขึ้นจากบทความวิชาการ ทำให้อ่านยากเล็กน้อย มีเนื้อหาเข้มข้นและอ้างอิงงานศึกษาอื่น ๆ ในที่นี้ขอสรุปความและเรียงลำดับเพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ และเพื่อเผยแพร่เกร็ดประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีนแผ่นดินใหญ่แบบคร่าว ๆ 


คาดว่าการฉายภาพเคลื่อนไหวครั้งแรกในประเทศจีนน่าจะมีขึ้นราวปี ค.ศ. 1897 ในยุคราชวงศ์ชิง (หรือสองปีหลังจากภาพยนตร์ถือกำเนิดขึ้น) โดยเชื่อว่าชาวอเมริกันชื่อ เจมส์ ริคาลตัน จัดฉายหนังที่ Astor House ซึ่งเป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองท่าแห่งแสงสีของจีนและเป็นเมืองที่ “อินเตอร์” ที่สุด หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมาก มีการจัดฉายภาพเคลื่อนไหวอีกครั้งที่ Arcadia Hall สถานที่แสดงมหรสพสำคัญของเซี่ยงไฮ้ ต่อมาในต้นศตวรรษที่ 20 เริ่มมีการสร้างโรงหนัง รวมทั้งยังมีการฉายหนังในโรงน้ำชา ภาพยนตร์ยังเริ่มแผ่อิทธิพลจากการเป็นของเล่นสนุกของคนชั้นสูงมาเป็นความบันเทิงสำหรับชนชั้นแรงงาน จะเห็นได้ว่าศูนย์กลางของภาพยนตร์ในจีนอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เพราะพื้นที่ของประเทศกว้างใหญ่ไพศาลทำให้การขนส่งฟิล์มไปยังเมืองอื่น ๆ ทำได้อย่างลำบาก บางทีกินเวลาหลายเดือน



ทศวรรษที่ 1930 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีน เป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างหนังจีนที่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ มีหนังที่นำเสนอความคิดทางการเมือง และมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงการสร้างอัตลักษณ์ของคนจีนในสื่อภาพเคลื่อนไหว ซึ่งยังถูกมองว่าเป็นสื่อที่รับมาจากโลกตะวันตก ความระส่ำระสายก่อนจะเกิดสงครามและลัทธิชาตินิยมที่ก่อตัวขึ้น นำมาซึ่งการใส่อุดมการณ์เข้าไปในสื่อที่แต่เดิมเป็นเพียงความบันเทิง หนังที่มีความคิดก้าวหน้า มีแง่มุมทางสังคมหรือแสดงภาพความยากเข็ญของชนชั้นล่าง เช่น The Goddess (1932) The Fisherman’s Song (1934) Street Angels (1937) หรือแม้แต่หนังชีวิตประโลมโลก ก็ยังสอดแทรกแนวคิดชาตินิยมและต่อต้านจักรวรรดินิยมลงไปเพราะเป็นสิ่งที่คนดูต้องการ ที่น่าสนใจคือ หนังจีนในช่วงดังกล่าวมักใช้ตัวละครผู้หญิงเป็นตัวเด่น เพื่อประกอบสร้างสิ่งที่เรียกว่า New Woman หรือหญิงสมัยใหม่ในช่วงเวลาของการแสวงหาอัตลักษณ์ของชาติผ่านภาพเคลื่อนไหว 


เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดแมนจูเรีย หนังจีนกลายเป็นเครื่องมือเพื่อ “ปกป้องดินแดน” และ “ต่อต้านผู้รุกราน” อย่างเต็มตัว ทั้งหนังเล่าเรื่อง เช่น Protect Our Home (1938) หรือ Fight to the Last (1938) และ Mulan Joins the Army (1939) โดยทั้งฝ่ายก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ต่างร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากสื่อภาพยนตร์ในการระดมความฮึกเหิม  


อีกทั้งยังมีหนังข่าวและแอนิเมชันที่มุ่งโจมตีญี่ปุ่น ศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์ในช่วงนี้ยังคงอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ แต่ในขณะเดียวกัน ความซับซ้อนของคำนิยาม “หนังจีน” เริ่มเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อมีการสร้าง “หนังจีน” ในดินแดนแมนจูเกา หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น ดาราหญิงคนสำคัญในช่วงเวลานั้นคือ หลี่ เชียงหลาน หรือยามากูชิ โยชิโกะ ดาราญี่ปุ่นที่เกิดและโตในแมนจูเกา และกลายเป็นนักแสดงสองวัฒนธรรมที่โด่งดังจากหนังหลายเรื่อง เช่น Sayon’s Bell (1943) และ My Nightingale (1944) นอกจากนี้ ฮ่องกงซึ่งยังคงอยู่ใต้อาณัติอังกฤษเริ่มกลายเป็นแหล่งผลิตและฉายหนังภาษาจีนที่สำคัญ เนื่องจากยังมีอิสระและไม่ถูกคุกคามโดยกองทัพญี่ปุ่น


หลังสงครามโลก สงครามกลางเมืองระหว่างพรรคชาตินิยมก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ติดตามมาทันที แต่ไม่น่าเชื่อว่าในภาวะระส่ำระสายเช่นนี้ ช่วง ค.ศ. 1946-1949 เป็นยุคที่หนังจีนถูกสร้างอย่างแพร่หลาย ทั้งหนังการเมืองและหนังเอพิคเชิงประวัติศาสตร์ที่มองสภาพบ้านเมืองของจีนที่เผชิญหน้ากับความยากลำบากมายาวนานต่อเนื่อง อย่าง Far Away Love (1947) Spring River Flows East (1947) และหนังคลาสสิก Springtime in a Small Town (1949) อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในปี 1949 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตุง สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้น ช่วงเวลา 17 ปี (1949-1966) เป็นช่วงแห่งการต่อต้าน “หนังจักรวรรดินิยม” ในขณะที่ศิลปินถูกส่งเสริมให้รับใช้อุดมการณ์ของรัฐ หนังที่สร้างกันในช่วงนี้คือหนังโฆษณาชวนเชื่อและหนังส่งเสริมความยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยมีการจัดชุดเร่ฉายตระเวนไปตามหัวเมืองห่างไกล ช่วงที่คึกคักที่สุดมีหน่วยหนังเร่ถึงเกือบห้าพันหน่วยทั่วประเทศจีน ส่วนคนงานมี “หน้าที่” ต้องดูหนัง ในปี 1953 เชื่อว่ามีคนจีนดูหนังมากถึง 752 ล้านคน



การเดินทางของภาพยนตร์จีนแผ่นดินใหญ่ ถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งในปลายทศวรรษ 1970 ต่อเนื่องถึง 1980 เมื่อ “ผู้กำกับรุ่นที่ห้า” ของ Beijing Film Academy สร้างกระแสหนังจีนยุคใหม่พร้อม ๆ ไปกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจในประเทศ ผู้กำกับคนดังอย่างจางอี้โหมว และเฉินไค่เก๋อ เริ่มสร้างชื่อจากหนังสะท้อนสังคมที่มีสุนทรียศาสตร์ละเมียดละไม แต่ยังคงอัตลักษณ์ความเป็นจีนและพูดถึงการต่อสู้ของปัจเจกและสังคมไปพร้อม ๆ กัน หนังสำคัญในช่วงนี้มีตั้งแต่ Yellow Earth (1984) Red Sorghum (1987) แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 และเมื่อจีนเริ่มเปิดประเทศเข้าสู่ตลาดโลก วิสัยทัศน์ของผู้กำกับรุ่นที่ห้าเริ่มขยับเข้าสู่การมองหาตัวตนของจีนในฐานะภาพยนตร์โลก จางอี้โหมว (และดาราคู่บุญ กงลี่) กลายเป็นหน้าตาของหนังจีนที่ถูกนำเสนอต่อผู้ชม ในหนังอย่าง Ju Dou (1990) Raise the Red Lantern (1991) และ The Story of Qiu Ju (1992) 


หลังจากนั้น หนังจีนก้าวเข้าสู่ยุคร่วมสมัยที่บางทีเรียกว่า Urban Cinema ในยุคปลาย 1990 เป็นการสิ้นสุดของการทำหนังเพื่อรับใช้อุดมการณ์ทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้ง แต่เป็นหนังที่เข้าสู่ระบบตลาดสมัยใหม่ มีผู้ชมกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมักเป็นหนังจากการร่วมมือกันระหว่างผู้สร้างเอกชนและหน่วยงานของรัฐ อันเป็นระบบที่ยังคงสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน


ที่ว่ามาทั้งหมดนี้คือสาระสำคัญของหนังสือ The Chinese Cinema Book แต่นอกจากภาพยนตร์จีนแผ่นดินใหญ่ หนังสือเล่มนี้ยังมีบทที่พูดถึงหนังไต้หวัน โดยเฉพาะหนังแนวสัจนิยมที่โด่งดังและเป็นส่วนหนึ่งของการแสวงหาตัวตนของผู้คนในเกาะไต้หวันยุคเริ่มต้น นอกจากนี้หนังสือยังพูดถึงหนังฮ่องกง ทั้งหนังกำลังภายในและอุตสาหกรรมหนังฮ่องกง “หนังจีน” นอกอาณาเขตแผ่นดินใหญ่เหล่านี้มีเอกลักษณ์ของการนำเสนอ ภาษาที่ใช้ และกลุ่มผู้ชมที่แตกต่างออกไป แสดงให้เห็นความรุ่มรวย ความหลากหลาย และมิติทางวัฒนธรรมที่ยึดโยงกับประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ค่านิยม แต่ในขณะเดียวกันก็ผันแปรไปตามสภาวะท้องถิ่น และการเมืองระหว่างประเทศที่ไม่เคยหยุดนิ่งตายตัว   


An Amorous Histor of the Silver Screen: Shanghai Cinema 1896-1937

โดย Zhang Zhen 



หนังสือที่พูดถึงยุคเริ่มต้นของภาพยนตร์ในจีนเป็นหลัก โดยเฉพาะการวิวัฒนาการและเสน่ห์รัญจวนของวงการภาพยนตร์เซี่ยงไฮ้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 


China on Film: A Century of Exploration, Confrontation, and Controversy

โดย Paul G. Pickowicz 




อีกหนึ่งเล่มที่พูดถึงประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีนตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ยุคหนังเซี่ยงไฮ้ ไล่เรียงมาถึงหนังอินดี้จีนร่วมสมัย ผู้เขียนเป็นนักวิชาการภาพยนตร์ที่เคยอาศัยอยู่ในปักกิ่งเป็นเวลานาน


Moving Figures: Class and Feeling in the Films of Jia Zhangke

โดย Corey Kai และ Nelson Schultz 




เป็นหนังสือที่พูดถึงหนังของผู้กำกับจีนร่วมสมัย เจียจางเคอะ ที่มุ่งทำหนังอันว่าด้วยผู้คนที่ถูกพัดพาไปในกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการปรับฐานชนชั้นในสังคมจีนในช่วง 20 ปีมานี้


Cinema Approaching Reality: Locating Chinese Film Theory

โดย Victor Fan 




หนังสือวิชาการเล่มสำคัญนี้ วิเคราะห์ภาพยนตร์จีนและพยายามแสวงหาปรัชญาภาพยนตร์แบบโลกตะวันออก เพื่ออธิบาย “ความจริง” หรือ “ความเสมือนจริง” ที่ปรากฏในสื่อภาพยนตร์ และเคยถูกอธิบายมาก่อนหน้านี้แล้วด้วยแนวคิดตะวันตก


สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถมาอ่านได้ที่ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี ของหอภาพยนตร์ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 น. -17.00 น. กรุณานัดหมายล่วงหน้าก่อนใช้บริการที่ https://www.fapot.or.th/main/library 



เมื่อ "ปีศาจ" ออกอาละวาดในโลกภาพยนตร์

26 ก.พ. 64  บทความ

เบื้องหลังการสร้างและสถานะความเป็นไปของ สาย สีมา นักสู้สามัญชน ภาพยนตร์ไทยเพียงเรื่องเดียวที่สร้างมาจากนวนิยายเรื่อง “ปีศาจ” ของเสนีย์ เสาวพงศ์-------...

อ่านรายละเอียด

สำรวจผลงานของผู้กำกับหนังไต้หวันที่คุณ (อาจ)...

9 ก.พ. 64  บทความ

"ทำความรู้จักกับภาพยนตร์ไต้หวันหลากหลายเรื่องราวที่จะจัดฉายตลอดปีนี้ที่หอภาพยนตร์”----------โดย อธิพันธ์ สิมมาคำ“Taiwan Cinema Toolkit” หรือ “ชุดเครื่...

อ่านรายละเอียด

หนึ่งศตวรรษ “The Kid” ผลงานเปลี่ยนชีวิตของ ชา...

6 ก.พ. 64  บทความ

ครบรอบ 100 ปี ผลงานที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของยอดดาวตลก และส่งให้เขาได้กลายเป็นศิลปินเอกผู้ครองใจผู้ชมทั่วโลก----------โดย อธิพันธ์ สิมมาคำ ที่มา...

อ่านรายละเอียด

เมื่อภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญาเป็นวาระของโลก

25 ม.ค. 64  บทความ

ชวนอ่าน "อำนาจภาพยนตร์ในอนาคต" บทนำของหนังสือพิมพ์รายวัน “พิมพ์ไทย” เมื่อ 95 ปีมาแล้ว รายงานถึงการจัดประชุมผู้แทนจากนานาประเทศถึง 30 ประเทศ ที่กรุงปาร...

อ่านรายละเอียด

พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโ...

23 ม.ค. 64  บทความ

พระประวัติของ พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สยาม ทั้งในฐานะนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น และผู...

อ่านรายละเอียด

ช่างถ่ายภาพยนตร์จงอางศึก พันเอก ทวี วุฒิยานัน...

18 ม.ค. 64  บทความ

เรื่องราวของ พันเอก ทวี วุฒิยานันท์ ผู้ถ่ายภาพยนตร์เหตุการณ์การรบสงครามต่าง ๆ ของทหารไทย (โดยร่วมกับ พันเอก สมจรง สิงหเสนี) ในยุคของการต่อสู้กับคอมมิว...

อ่านรายละเอียด