สำรวจผลงานของผู้กำกับหนังไต้หวันที่คุณ (อาจ) ไม่รู้จัก ในโปรแกรม Taiwan Cinema Toolkit ชุดใหม่ของหอภาพยนตร์

"ทำความรู้จักกับภาพยนตร์ไต้หวันหลากหลายเรื่องราวที่จะจัดฉายตลอดปีนี้ที่หอภาพยนตร์”

----------


โดย อธิพันธ์ สิมมาคำ


“Taiwan Cinema Toolkit” หรือ “ชุดเครื่องมือภาพยนตร์ไต้หวัน” เป็นหนึ่งในโครงการชุดเครื่องมือทางวัฒนธรรม (Taiwan Cultural Portal) ที่กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน (Ministry of Culture Republic of China) จัดทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2013 ดำเนินการโดยสถาบันภาพยนตร์และโสตทัศน์แห่งชาติไต้หวัน (Taiwan Film and Audiovisual Institute) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่รายการภาพยนตร์และสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการฉายภาพยนตร์ ให้แก่บุคคลทั่วไป นักจัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์ ตลอดจนหน่วยงานในประเทศใด ๆ ที่สนใจนำภาพยนตร์ไต้หวันที่ได้รับการคัดสรรแล้ว ไปใช้ในกิจกรรมการฉายภาพยนตร์ตั้งแต่ขนาดกลางขึ้นไปโดยไม่แสวงผลกำไรได้ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย และให้ภาพยนตร์ไต้หวันเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น


ในปีที่ผ่านมา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand) ดำเนินการจัดฉายภาพยนตร์ไต้หวันจากโครงการชุดเครื่องมือภาพยนตร์ไต้หวัน ไปทั้งหมด 7 เรื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี และเพื่อเป็นการสานต่อโครงการดังกล่าว ปีนี้ ทีมงานจัดรายการของหอภาพยนตร์ยังคงทำการคัดสรรภาพยนตร์ไต้หวัน ซึ่งอัดแน่นไปด้วยสาระและความบันเทิง ตลอดจนแนะนำให้รู้จักกับผลงานของเหล่านักทำหนังไต้หวันคนสำคัญอื่น ๆ ที่อาจไม่ได้รับการกล่าวถึงเทียบเท่ากับ โหวเสี้ยวเสียน (Hou Hsiao-hsien), เอ็ดเวิร์ด หยาง (Edward Yang), อั้งลี่ (Ang Lee), ไฉ้หมิงเลี่ยง (Tsai Ming-liang) ฯลฯ ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง 


ภาพยนตร์ไต้หวันในโครงการ Taiwan Cinema Toolkit ชุดใหม่ ที่หอภาพยนตร์จะจัดฉายในปีนี้ ประกอบไปด้วยผลงานที่มีรสชาติและเนื้อหาที่หลากหลาย สอดรับกับประเด็นทางการเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย รวมถึงเผยให้เห็นถึงพัฒนาการในช่วงเวลาประวัติศาสตร์กว่าหนึ่งศตวรรษของภาพยนตร์ไต้หวัน โดยมีทั้งภาพยนตร์คลาสสิกแนวเมโลดราม่าที่สร้างในยุคทองของวงการหนังไต้หวัน, สามผลงานเรื่องสำคัญของ “ว่านเจิน (Wan Jen)” ผู้กำกับรุ่นบุกเบิกของกลุ่มคนทำหนังไต้หวันคลื่นลูกใหม่ (Taiwan New Wave) รวมถึงผลงานด้านภาพสุดหวือหวาในยุค 90 ของ “เหอผิง (Ho Ping)” ผู้กำกับไต้หวันคลื่นลูกใหม่ รุ่นที่ 2, สารคดีคุณภาพ 3 เรื่อง 3 รส ที่คว้ารางวัลมาแล้วจากเทศกาลภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ, หนังร่วมสมัยของ “จางจั้วจี้ (Chang Tso-chi)” และ “จงเมิ่งหง (Chung Mong-hong)” สองผู้กำกับคนสำคัญที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนหนังแนวตลก-โรแมนติกที่มีเส้นเรื่องว่าด้วยการก้าวข้ามพ้นวัยของตัวละครวัยรุ่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งลายเซ็นสำคัญของหนังไต้หวันในยุคหลังอีกด้วย และนี่คือรายชื่อภาพยนตร์ไต้หวันทั้ง 12 เรื่อง 


1. A Time in Quchi (2013, Chang Tso-chi, 109 นาที)


 


ผลงานการกำกับของ จางจั้วจี้ ผู้กำกับรุ่นใหญ่ ซึ่งเคยฝากผลงานที่น่าจดจำอย่าง Darkness and Light (1999) และ The Best of Times (2001) เล่าเรื่องราวในช่วงวันหยุดปิดเทอมภาคฤดูร้อนของ อาเปา เด็กชายวัย 10 ขวบจากไทเป ซึ่งถูกส่งให้ไปอยู่ที่บ้านอากงในเมืองต่างจังหวัดติดแม่น้ำเล็ก ๆ ที่นั่นเอง เขาต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ ซึ่งทำให้เขาเติบโตและเรียนรู้ที่จะก้าวเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น


A Time in Quchi ออกฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2013 ได้รับเสียงชื่นชมในด้านของการเล่าเรื่องที่ขับเน้นไปยังภาพรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันของเด็กชายจากเมืองหลวง ผู้พยายามหลอมรวมตัวตนเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ โดยปราศจากการปรุงแต่งวัตถุดิบเพื่อขับเน้นอารมณ์ของเรื่อง จนได้รับการนำมาเปรียบเทียบกับ A Summer at Grandpa's (1984) ผลงานสำคัญอีกเรื่องของ โหวเสี้ยวเสียน ผู้กำกับไต้หวันนิวเวฟชั้นบรมครู


*หมายเหตุ – ภาพยนตร์เรื่อง A Time in Quchi จัดฉายแล้วในเดือนมกราคม


2. It Takes Two to Tango (2014, Wan Jen, 105 นาที)


 


ภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอเมดี้ ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ ว่านเจิน ผู้กำกับหัวหอกแห่งยุคไต้หวันนิวเวฟ รุ่นเดียวกับเอ็ดเวิร์ด หยาง และโหวเสี้ยวเสียน ถ่ายทอดเรื่องราวของ อาจ้าว ชายหนุ่มที่เดินทางจากปักกิ่งมายังไต้หวัน เพื่อพบกับ ชินอี้ ว่าที่ภรรยา แต่ด้วยปัญหาระหองระแหงทางประวัติศาสตร์การเมืองจากทั้งสองประเทศ ทำให้ครอบครัวของชินอี้ปฏิเสธที่จะให้ทั้งคู่แต่งงานกัน ทว่าต่อมา ชินอี้กลับทราบข่าวว่าตนเองตั้งครรภ์ เรื่องราวชวนหัวซึ่งพัวพันกับพื้นเพดั้งเดิมของบรรพบุรุษจากทั้งสองครอบครัวจึงเกิดขึ้น 


3. Soul (2013, Chung Mong-hong, 111 นาที)


 


ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาของ จงเมิ่งหง ผู้กำกับรางวัลม้าทองคำ จาก The Fourth Portrait (2010) และ A Sun (2019) บอกเล่าเรื่องราวของ อาฉวน เชฟประจำร้านอาหารญี่ปุ่น ที่วันหนึ่งเกิดเป็นลมหมดสติไป และถูกส่งตัวกลับมาอยู่ที่บ้านร่วมกับพ่อวัยชราและพี่สาวในเมืองต่างจังหวัดที่ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา แต่พอตื่นขึ้นมา เขากลับกลายเป็นคนละคน พร้อมอ้างกับทั้งสองว่า เขาเป็นวิญญาณอื่นที่บังเอิญพบร่างนี้ว่างอยู่จึงเข้ามาสิงสถิต จากนั้นเกิดเหตุการณ์สยองบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุม ซึ่งนำมาสู่บททดสอบความสัมพันธ์ของพ่อลูก โดยมีเรื่องของวิญญาณและการปกปิดความลับภายในครอบครัว เข้าพัวพันกับการคลี่คลายเงื่อนงำจากเหตุการณ์สุดสะพรึงในครั้งนี้


4. Super Citizen Ko (1995, Wan Jen, 121 นาที)


 


ผลงานชิ้นเอกของ ว่านเจิน ว่าด้วยเรื่องราวของชายชราอดีตนักโทษทางการเมือง ผู้เคยถูกจองจำบนเกาะกรีนจากเหตุการณ์ White Terror หรือเหตุการณ์การกวาดล้างผู้เห็นต่างทางการเมืองโดยรัฐบาลก๊กมินตั๋ง ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1947 โดยภายหลังจากได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก เขายังกักขังตัวเองเอาไว้ในบ้านพักผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอีกหลายปี วันหนึ่งเขาตัดสินใจออกตามหาหลุมฝังศพเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เคยถูกสังหาร พร้อม ๆ กับหวนรำลึกถึงอดีตและประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ ผ่านเพื่อนนักโทษและผู้คุมที่เคยร่วมชะตากรรมเดียวกัน ซึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ 


นี่เป็นผลงานเรื่องเยี่ยม ที่ว่านเจินหยิบเอาเหตุการณ์ซึ่งนับว่าสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ทางการเมืองสมัยใหม่ของประเทศ มาถ่ายทอดโดยสะท้อนเรื่องราวผ่านการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อสื่อถึงร่องรอยบาดแผลอันแสนเศร้าของเหยื่ออาชญากรรมโดยรัฐ ซึ่งต้องอันตรธานไปจากสังคมนานนับหลายปี และกลับมาเผชิญกับภาวะในอดีตอันขมขื่นของตัวเองอีกครั้ง 

 

5. Eighteen (1993, Ho Ping, 104 นาที)


 


ภาพยนตร์แนวทดลองที่ได้รับเสียงชื่นชมว่า สามารถนำเรื่องราวตามขนบหนังไต้หวันนิวเวฟที่ถ่ายทอดรายละเอียดของตัวละครตามสภาพความเป็นจริง มาผสมผสานเข้ากับงานภาพสุดหวือหวาแบบมิวสิกวิดีโอช่อง MTV ได้อย่างลงตัว ผลงานชิ้นเอกของ เหอผิง ผู้กำกับคนสำคัญของกลุ่มคนทำหนังไต้หวันนิวเวฟ รุ่นที่ 2 


เหอผิง มุ่งสำรวจประเด็นอัตลักษณ์ชาติกำเนิดของตัวละครที่ต้องพลัดถิ่นจากการลี้ภัยสงครามกลางเมืองในปี 1945 ผ่านสัญลักษณ์เชิงการเมืองต่าง ๆ โดยบอกเล่าผ่านตัวละครไกด์นำเที่ยว ซึ่งพาภรรยาและลูกสาวไปเที่ยวที่เมืองติดชายทะเลแห่งหนึ่ง ที่นั่น เขาใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนอยู่กับการเล่นการพนัน จนทำให้ภรรยาและลูกสาวทนไม่ไหว จำต้องทิ้งเขาไป จากการเดินเตร็ดเตร่เพียงลำพัง ทำให้เขาค่อย ๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศของหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยซากอาคารปรักหักพัง คนเร่ร่อน คนนอกกฎหมาย และคนแปลกหน้า 


6. Quicksand: The Life of Hsu Pu-Liao As An Actor (2011, Jino Chen / Wu Yao-Tung, 30 นาที)


 


สารคดีที่พาจะไปพบกับเรื่องราวของ ซู่พู่เลียว นักแสดงตลกในตำนานชาวไต้หวัน ซึ่งจากไปก่อนวัยอันควรด้วยวัยเพียง 34 ปี ผ่านเสียงสัมภาษณ์จากอดีตเพื่อนร่วมงานและสมาชิกในครอบครัว ที่มาบอกเล่าถึงความสามารถอันหลากหลาย ในช่วงเวลาที่ดาวตลกมากพรสวรรค์คนนี้ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง


7. Tomorrow Comes Today (2013, Chen Ming-Lang, 83 นาที)


 


ภาพยนตร์แนวตลกร้าย ผลงานการกำกับขนาดยาวเรื่องแรกของ เฉินหมิงหลาง บอกเล่าเรื่องราวของ ต้าอี้ พนักงานส่งอาหารจีนชาวไต้หวัน ผู้ซึ่งตระเวนออกตามหาแม่ของตัวเองทั่วทั้งมหานครนิวยอร์ก โดยมีเบาะแสเป็นภาพถ่ายของ มาร์ลีน ดีทรีช นักแสดงสาวชาวเยอรมัน ขณะเดียวกันอีกเส้นเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของ เวย์น ชายหนุ่มข้างห้องของต้าอี้ ผู้เพิ่งถูกแฟนทิ้งและพยายามจะลืมคนรักเก่าโดยอาศัยวิธีการตามคำแนะนำจากแบบฝึกหัดในม้วนวิดีโอ 


เฉินหมิงหลาง นำสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของตนเองมาถ่ายทอดผ่านตัวละคร เพื่อสะท้อนถึงอารมณ์เปลี่ยวเหงาของคนพลัดถิ่นที่ต้องไปใช้ชีวิตกลางเมืองใหญ่นอกบ้านเกิด รวมทั้งสำรวจอัตลักษณ์ทางเพศ บนสถานการณ์แปลกประหลาดต่าง ๆ ที่ตัวละครทั้งสองต้องเผชิญ จน Tomorrow Comes Today มีรสชาติที่ออกมาคล้ายกับผลงานยุคแรก ๆ ของเอ็ดเวิร์ด หยาง และ ไฉ้หมิงเลี่ยง สองผู้กำกับคนสำคัญแห่งวงการหนังไต้หวัน


8. Connection by Fate (1998, Wan Jen, 108 นาที)


 


ภาพยนตร์เรื่องสำคัญอีกเรื่องของ ว่านเจิน ผู้กำกับที่มักทำหนังวิพากษ์ประเด็นการเมืองในไต้หวัน โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละครคนชายขอบของสังคม ว่าด้วยเรื่องราวของ อาเต๋อ อดีตนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่ชีวิตพลิกผันกลายมาเป็นคนขับแท็กซี่ คืนหนึ่งเขารับผู้โดยสารชื่อ หม่าเล่อ ชายหนุ่มชนพื้นเมือง ที่เดินทางมายังกรุงไทเปเพื่อหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นแรงงานก่อสร้าง ซึ่งเพิ่งพลั้งมือก่อเหตุฆาตกรรมหัวหน้าคนงานด้วยอารมณ์บันดาลโทสะ เนื่องจากถูกโกงค่าแรง


หนังได้รับเสียงชื่นชมว่า สามารถสะท้อนประเด็นการถูกเอารัดเอาเปรียบ และแสวงหาผลประโยชน์จากนายจ้างในสังคมไต้หวัน รวมถึงมีการสอดแทรกเรื่องราวความเป็นชนพื้นเมือง ผ่านความสัมพันธ์ของตัวละครคนตัวเล็กตัวน้อยของสังคมด้วยท่าทีที่เรียบง่ายงดงาม แม้ท้ายที่สุดแล้วสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จะค่อย ๆ ดำดิ่งจมลึกไปสู่ความสิ้นหวังทางโชคชะตาก็ตาม


9. Money and Honey (2011, Jasmine Ching-Hui Lee, 96 นาที)


 


สารคดีบันทึกภาพแรงงามข้ามชาติฟิลิปปินส์ ที่เดินทางมาทำงานเป็นพนักงานดูแลผู้สูงอายุ ณ บ้านพักคนชราในกรุงไทเป ซึ่งผู้กำกับใช้ระยะเวลาถ่ายทำยาวนานกว่า 13 ปี เพื่อพาคนดูไปสำรวจว่า พวกเธอเหล่านี้ ต้องลงทุนลงแรงไปมากมายขนาดไหน กับการแลกมาซึ่งความฝันที่เป็นจริง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


10. Together  (2012, Hsu Chao-jen, 114 นาที)


 


เรื่องราวการก้าวข้ามพ้นวัยของ เสี่ยวหยาง เด็กหนุ่มวัย 17 ปี พร้อมกับตั้งคำถามว่า เขาควรทำอย่างไรกับหลากหลายเรื่องราวความรักว้าวุ่นที่เกิดขึ้นกับผู้คนรอบ ๆ ตัวเขา ทั้งกับ เสี่ยวหม่า เพื่อนสนิท ผู้คลั่งรักแฟนสาวอย่างหนัก, อาผิน พ่อของเขาที่มีสาวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์มาพัวพัน, ความสัมพันธ์แปลกประหลาดระหว่าง มินมิน แม่ของเขา กับ เซียง ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าที่อยู่บ้านข้าง ๆ, หลัน พี่สาวที่ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนรอคอยแฟนตัวเองมาง้อ แต่เธอหารู้ไม่ว่า ไมเคิล เพื่อนร่วมชั้น ได้มีความรู้สึกดี ๆ กับเธออยู่  

 

11. Back to Anping Harbor (1970, Wu Fei-Chien, 100 นาที)


 


ภาพยนตร์โรแมนติกที่สร้างขึ้นในช่วงปลายยุครุ่งเรืองของภาพยนตร์ไต้หวัน (ปี ค.ศ. 1955-1972) โดยภาพยนตร์ไต้หวันในช่วงเวลานั้น มักมีเนื้อหาเมโลดราม่าที่เกี่ยวข้องกับรักแรกพบ รักต้องห้าม รักต่างชนชั้น รักที่ครอบครัวกีดกัน การรอคอยคำมั่นสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความรัก ฯลฯ


Back to Anping Harbor  สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “Romance of Anping” บทเพลงยอดนิยมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นำแสดงโดย หยางหลี่หัว นักแสดงละครเวทีคนสำคัญ ซึ่งเธอรับบทบาทเป็นทั้งแสดงนำและขับร้องบทเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วยตัวเอง


12. Face to Face (2013, Chung Chuan, 110 นาที)


 


สารคดีที่จะพาไปร่วมสำรวจและค้นหาความหมายว่า แท้จริงแล้วกีฬามวยปล้ำคืออะไรกันแน่? ระหว่างการเป็นกีฬาที่ว่าด้วยการต่อสู้ทางพละกำลัง หรือกีฬาแห่งความบันเทิงที่มีบทละครเป็นส่วนประกอบ ผ่านเรื่องราวทั้งเบื้องหน้าและหลังของเหล่านักกีฬามวยปล้ำจาก  Taiwan Wrestling Taipei (TWT) สมาคมกีฬามวยปล้ำที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน


หลังจากประเดิมฉายเรื่อง A Time in Quchi ไปแล้วในเดือนมกราคม โปรแกรมหนังไต้หวันเรื่องถัดไปคือ It Takes Two to Tango ในวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ รอบ 13.00 น. หลังจากนั้นภาพยนตร์อีก 10 เรื่อง จะจัดฉายเรื่องละ 2 รอบต่อเดือน เรียงตามลำดับไปตลอดปี 2021 ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) (พร้อมคำบรรยายใต้ภาพภาษาอังกฤษทุกเรื่อง) ติดตามรายละเอียดรอบฉายทั้งหมด ผ่านทางเว็บไซต์ www.fapot.or.th หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/ThaiFilmArchivePage

เมื่อ "ปีศาจ" ออกอาละวาดในโลกภาพยนตร์

26 ก.พ. 64  บทความ

เบื้องหลังการสร้างและสถานะความเป็นไปของ สาย สีมา นักสู้สามัญชน ภาพยนตร์ไทยเพียงเรื่องเดียวที่สร้างมาจากนวนิยายเรื่อง “ปีศาจ” ของเสนีย์ เสาวพงศ์-------...

อ่านรายละเอียด

หนึ่งศตวรรษ “The Kid” ผลงานเปลี่ยนชีวิตของ ชา...

6 ก.พ. 64  บทความ

ครบรอบ 100 ปี ผลงานที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของยอดดาวตลก และส่งให้เขาได้กลายเป็นศิลปินเอกผู้ครองใจผู้ชมทั่วโลก----------โดย อธิพันธ์ สิมมาคำ ที่มา...

อ่านรายละเอียด

ประวัติศาสตร์หนังจีน ผ่านหน้าหนังสือ

1 ก.พ. 64  บทความ

ต้อนรับเดือนของเทศกาลตรุษจีนด้วยการแนะนำหนังสือประวัติศาสตร์หนังจีนตั้งแต่ยุค Early Cinema ในปลายศตวรรษที่ 19 จวบจนถึงยุคหนังจีนร่วมสมัย หนังสือทั้งหม...

อ่านรายละเอียด

เมื่อภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญาเป็นวาระของโลก

25 ม.ค. 64  บทความ

ชวนอ่าน "อำนาจภาพยนตร์ในอนาคต" บทนำของหนังสือพิมพ์รายวัน “พิมพ์ไทย” เมื่อ 95 ปีมาแล้ว รายงานถึงการจัดประชุมผู้แทนจากนานาประเทศถึง 30 ประเทศ ที่กรุงปาร...

อ่านรายละเอียด

พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโ...

23 ม.ค. 64  บทความ

พระประวัติของ พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สยาม ทั้งในฐานะนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น และผู...

อ่านรายละเอียด

ช่างถ่ายภาพยนตร์จงอางศึก พันเอก ทวี วุฒิยานัน...

18 ม.ค. 64  บทความ

เรื่องราวของ พันเอก ทวี วุฒิยานันท์ ผู้ถ่ายภาพยนตร์เหตุการณ์การรบสงครามต่าง ๆ ของทหารไทย (โดยร่วมกับ พันเอก สมจรง สิงหเสนี) ในยุคของการต่อสู้กับคอมมิว...

อ่านรายละเอียด