ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดำและสี / เงียบและเสียง / ความยาวรวม 449 นาที
ปีสร้าง พ.ศ. 2507-2508
ผู้สร้าง Institut für den Wissenschaftlichen Film (IWF)
Hans Manndorff เป็นนักมานุษยวิทยาชาวออสเตรีย ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย ลาว และพม่า (เมียนมา) ผลงานภาคสนามของเขาในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงวิชาการมานุษยวิทยา และต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
Manndorff เดินทางเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยระหว่าง ค.ศ. 1961-1962 (พ.ศ. 2504–2505) ในนามขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเข้าร่วมโครงการวิจัย The Socio-Economic Survey of Selected Hill Tribes in Northern Thailand ซึ่งนับเป็นการศึกษาครั้งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับกลุ่มที่เรียกว่า “ชาวเขา” โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก The Asia Foundation ภายใต้บริบทที่ทั้งรัฐไทยและองค์กรระหว่างประเทศให้ความสนใจต่อพื้นที่ชายแดนในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและความมั่นคงในช่วงสงครามเย็น การสำรวจภาคสนามดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม ค.ศ. 1961 ถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1962 ครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญ ได้แก่ อาข่า แม้วหรือม้ง เมี่ยนหรือเย้า ลีซู และลาหู่ โดยมีการศึกษาหมู่บ้านตัวอย่าง 18 หมู่บ้านอย่างเข้มข้น และอีกประมาณ 20–30 หมู่บ้านในระดับที่กว้างขึ้น เป้าหมายของโครงการคือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนบนพื้นที่สูง เพื่อนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายของรัฐ

การสำรวจภาคสนามครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และตาก โดยมุ่งศึกษารูปแบบเศรษฐกิจ สังคม และการดำรงชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างระบบการผลิตกับสภาพแวดล้อมภูเขา ในช่วงเวลาดังกล่าว พื้นที่เหล่านี้ยังเป็นพื้นที่ที่รัฐและนักวิจัยให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิด รวมถึงฝิ่น ซึ่งถูกมองในขณะนั้นทั้งในฐานะส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น และในฐานะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการพัฒนาและความมั่นคงของรัฐ ความสนใจต่อประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นในภาพยนตร์เรื่อง Opium-Growing and Opium-Smoking among Hill Tribes of Northern Thailand ซึ่งจัดทำขึ้นจากบริบทของการศึกษาภาคสนามในช่วงแรกของการทำงานในภูมิภาคนี้
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963-1965 Manndorff ยังคงดำเนินงานภาคสนามต่อเนื่องในภาคเหนือของประเทศไทย ลาว และพม่า (เมียนมา) โดยได้รับการสนับสนุนจาก The Asia Foundation เพื่อให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลไทยในการจัดตั้งสถาบันวิจัยชาวเขา ในช่วงเวลาเดียวกัน เขาได้ทำงานร่วมกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีหลายคน อาทิ Friedhelm Scholz จากมหาวิทยาลัย Heidelberg และ Klaus Volprecht จากเมือง Göttingen ซึ่งมีส่วนร่วมในโครงการภาพยนตร์ชาติพันธุ์วิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับการวิจัยภาคสนามดังกล่าว นอกจากนี้ยังมี Hermann Schlenker ผู้รับผิดชอบงานถ่ายภาพ และ A. M. Dauer ผู้เรียบเรียงและจัดทำเอกสารประกอบภาพยนตร์ ขณะที่โครงการโดยรวมได้รับทุนสนับสนุนจาก Volkswagen Foundation

ในช่วงปลายของการทำงานภาคสนามราว ค.ศ. 1964–1965 Manndorff และคณะสามารถดำเนินโครงการภาพยนตร์ที่วางแผนไว้มาเป็นเวลานานได้สำเร็จ โดยมุ่งบันทึกวัฒนธรรมทั้งในมิติที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ตลอดจนเทคนิคการผลิต งานหัตถกรรม และองค์ประกอบเชิงพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงที่ได้รับการคัดเลือก ด้วยการสนับสนุนของ IWF (Institut für den Wissenschaftlichen Film หรือ Institute for Scientific Film) ในเมือง Göttingen ประเทศเยอรมนี เขาและทีมงานได้จัดทำภาพยนตร์ชาติพันธุ์วิทยาด้วยฟิล์ม 16 มม. จำนวน 53 รายการ ซึ่งต่อมาได้รับการจัดหมวดหมู่ในโครงการ Encyclopaedia Cinematographica หมวด Ethnology (E-series)
ภาพยนตร์ชุดดังกล่าวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในฐานะสารคดีเพื่อการเผยแพร่แก่สาธารณชนทั่วไป หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเก็บข้อมูลภาคสนามทางมานุษยวิทยา จึงมีลักษณะเป็นภาพบันทึกเพื่อการศึกษาและการวิเคราะห์ โดยมุ่งบันทึกกิจกรรม พิธีกรรม และกระบวนการต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับการศึกษาและการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ มากกว่าการเล่าเรื่องหรือสร้างความบันเทิงในแบบภาพยนตร์สารคดีทั่วไป


ปี พ.ศ. 2552 หอภาพยนตร์ได้รับมอบชุดภาพยนตร์ชาติพันธุ์วิทยาจำนวน 53 เรื่องจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในรูปแบบดีวีดีจำนวน 9 แผ่น จัดทำจากต้นฉบับฟิล์ม 16 มม. โดยสถาบันภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ (IWF) บันทึกวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเทคนิคการผลิตของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 4 กลุ่ม ได้แก่ แม้วหรือม้ง อาข่า ลีซู และลาหู่ดำ ในพื้นที่จังหวัดตากและเชียงราย เนื้อหาครอบคลุมชีวิตประจำวัน งานหัตถกรรม การผลิตสิ่งทอ การละเล่น ดนตรี การเต้นรำ และพิธีกรรมต่าง ๆ
แม้วหรือม้ง จังหวัดตาก
ภาพยนตร์เกี่ยวกับชาวแม้วหรือม้งมีจำนวนมากที่สุดในกรุภาพยนตร์นี้ เนื้อหาส่วนหนึ่งเป็นงานหัตถกรรมและการผลิตเครื่องใช้ เช่น การทำเครื่องประดับเงิน เบ้าหลอมเงิน ถังใส่น้ำ ครก และหน้าไม้ อีกกลุ่มบันทึกชีวิตประจำวันและการผลิต เช่น การขนน้ำ การอุ้มเด็ก การบรรทุกสัมภาระด้วยม้า การแยกและบดเมล็ดข้าวโพด การเก็บเกี่ยวและการสูบฝิ่น กลุ่มเนื้อหาด้านสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย มีตั้งแต่การเตรียมเส้นใยกัญชง การเตรียมเส้นด้ายยืน การทอผ้า ไปจนถึงการย้อมผ้าและการพันผ้าโพกหัว ส่วนด้านพิธีกรรม ดนตรี และการละเล่น มีทั้งพิธีศพ การเซ่นสุกรและไก่ การเต้นรำประกอบเครื่องดนตรีเค่ง การขับร้องเพลง ตลอดจนการเล่นลูกข่าง เล่นขว้างลูกสะบ้า และการละเล่นในเทศกาลปีใหม่
อาข่า จังหวัดเชียงราย
ภาพยนตร์เกี่ยวกับชาวอาข่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับงานฝีมือโดยเฉพาะสิ่งทอ บันทึกขั้นตอนการผลิตผ้าฝ้าย ตั้งแต่การเตรียมฝ้าย ปั่นเส้นด้าย เตรียมเส้นยืน และทอผ้า รวมถึง การตีมีด การทำฝักมีด การทำเสื่อจากเปลือกไม้ การจักสานตะกร้า และการทำเชือกประดับ รวมไปถึง งานก่อสร้าง อย่างการผูกวัสดุมุงหลังคา และการสร้างบ้าน ส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับ การเต้นรำและพิธีกรรม ประกอบด้วย การเต้นรำของผู้ชายและผู้หญิง การรำดาบ และพิธีเซ่นสุนัขในการสร้างบ้าน
ลีซูและลาหู่ดำ จังหวัดตาก
ภาพยนตร์เกี่ยวกับลีซููและลาหู่ดำ ในจังหวัดตาก มีจำนวนน้อยกว่าสองกลุ่มแรก แต่ครอบคลุมทั้งเทศกาล ชีวิตประจำวัน และเทคนิคการผลิตภาพยนตร์เกี่ยวกับชาวลีซูคือ Dance on New Year ซึ่งบันทึกการเต้นรำในเทศกาลปีใหม่ แสดงให้เห็นรูปแบบการแต่งกาย กิจกรรมการรวมกลุ่มในวาระพิเศษ ส่วนภาพยนตร์เกี่ยวกับชาวลาหู่ดำมีทั้งการเต้นรำในเทศกาลปีใหม่เช่นเดียวกัน และภาพกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสีหรือกะเทาะข้าวด้วยครกกระเดื่อง การทำแผ่นจากไม้ไผ่ และการทอสายสะพายกระเป๋า นอกจากนี้ ยังได้บันทึกกิจกรรมการกินหมากในชีวิตประจำวันอยู่ด้วย

ภาพยนตร์ชุดนี้มีความสำคัญในฐานะหลักฐานภาพเคลื่อนไหวของชุมชนบนพื้นที่สูงในช่วงทศวรรษ 2500 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายพัฒนาชนบท และการเข้ามาของรัฐสมัยใหม่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนอย่างกว้างขวาง เมื่อพิจารณาร่วมกับคลังภาพถ่ายสไลด์ที่ Manndorff จัดทำขึ้น งานบันทึกภาพเหล่านี้จึงมีคุณค่าในฐานะทั้งผลผลิตของงานมานุษยวิทยาภาคสนาม และเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกสังคมชายแดนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในห้วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมและวัฒนธรรม