เฉิ่ม…

ฟิล์ม 35 มม. / สี / เสียง / ความยาว 100 นาที

วันออกฉาย        12 พฤษภาคม พ.ศ. 2548

บริษัทสร้าง    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บาแรมยู 

ผู้อํานวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ 

ผู้ควบคุมการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์, ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ

ผู้กํากับ          คงเดช จาตุรันต์รัศมี

ผู้เขียนบท        คงเดช จาตุรันต์รัศมี

ผู้กํากับภาพ        สยมภู มุกดีพร้อม 

ผู้ลำดับภาพ      ลี ชาตะเมธีกุล

ผู้กำกับศิลป์        ศิระ ตาลทอง

ผู้ทำดนตรีประกอบ ชัยบรรฑิต พืชผลทรัพย์, อภิเชฐ กำภู ณ อยุธยา

ผู้แสดง              เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, วรนุช วงษ์สวรรค์, ศิวะ แตรสังข์, คืนสิทธิ์ สุวรรณวัฒกี, รัฐสันต์ ศรีสิริยาภรณ์, ภูริทัต ไชยเศรษฐ์, กิรเดช เกตกินทะ, พอเจตน์ แก่นเพชร, บดินทร์ ดุ๊ก, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์, วาสนา สิทธิเวช, ธรรมรงค์ เพชรสุนทร, สิริพงศ์ สุขสมนาค


เฉิ่ม... เป็นผลงานการกำกับควบคู่กับเขียนบทภาพยนตร์ลำดับที่สองของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ต่อจาก สยิว ที่ออกฉายเมื่อต้นปี พ.ศ. 2546 โดยช่วงกลางปีดังกล่าว เขาเกิดแรงบันดาลใจระหว่างบังเอิญเปิดสถานีวิทยุ AM ฟังขณะขับรถ และพบว่า กาลเวลาของโลกในวิทยุนั้นเหมือนถูกหยุดนิ่งเอาไว้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากที่เขาเคยฟังเมื่อหลายปีก่อน เขาจึงนำประเด็นนี้มาพัฒนาขึ้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนขับรถแท็กซี่ผู้หลงใหลในคลื่นวิทยุ AM และหลงรักหมอนวดสาวที่เขารับส่งทุกค่ำคืน ในโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Midnight My Love ซึ่งได้รับการตั้งชื่อไทยใหม่ในภายหลังว่า เฉิ่ม...

ภาพยนตร์เริ่มถ่ายทำในปลายปี พ.ศ. 2546 โดยนักแสดงที่มารับบทพระเอกของเรื่อง คงเดชตั้งใจให้เป็น หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ตลกระดับซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทย หนึ่งในแก๊งสามช่าของรายการโทรทัศน์ที่ขณะนั้นโด่งดังทั่วประเทศ และในด้านภาพยนตร์ เขากำลังก้าวขึ้นมาเป็นดารานำที่มีบทบาทโดดเด่นและเข้มข้นขึ้นกว่างานในทศวรรษก่อนหน้า ตั้งแต่ มือปืน/โลก/พระ/จัน (2544) องค์บาก (2546) และ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ที่ออกฉายต้นปี พ.ศ. 2547


อย่างไรก็ตาม การมารับบทเป็น สมบัติ ดีพร้อม คนขับแท็กซี่ผู้แสนซื่อและหลงใหลในเพลงสุนทราภรณ์ ทำให้หม่ำต้องปรับเปลี่ยนบุคลิกและวิธีการแสดงที่ถนัด ควบคุมอิริยาบถให้เชื่องช้าลง เพื่อให้กลมกลืนกับตัวละครที่สุภาพเรียบร้อย ใจเย็น และชอบทำอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ เป็นกิจวัตร อยู่ในโลกส่วนตัวใบเก่าอย่างเงียบเหงาเดียวดาย การพลิกบทบาทอย่างคาดไม่ถึงครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชมคาดหวัง แต่ก็ทำให้เขาได้พิสูจน์ฝีมือการเป็นนักแสดงในการรับมือกับบทหนัก ๆ ทั้งฉากที่ต้องเผชิญกับความรัก ความผิดหวัง ความผันผวนของชีวิต และถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานแสดงภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ หม่ำ จ๊กมก

นักแสดงนำอีกคนที่ได้มารับบทบาทแตกต่างไปจากความคุ้นเคยของผู้ชม คือ นุ่น - วรนุช วงษ์สวรรค์ ซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นนางเอกละครโทรทัศน์แถวหน้าของประเทศ คงเดชนำเธอมาแสดงเป็น นวล สาวขายบริการในอาบอบนวดที่สมบัติหลงรัก และทำให้เขาได้ค้นพบโลกใบใหม่ ในขณะที่เธอเองก็สนใจในโลกเก่าของสมบัติ ท่ามกลางความขื่นขมในสถานภาพของตัวเองที่ต้องคอยกลืนกินมันไว้ งานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของนุ่น ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงชื่นชมจากคนดูและนักวิจารณ์ ทำให้เธอได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากทั้งเวทีประกวดของชมรมวิจารณ์บันเทิง และนิตยสารสตาร์พิคส์ รวมถึงได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ 


จุดเด่นสำคัญอย่างหนึ่งในงานภาพยนตร์ของคงเดช ตั้งแต่เรื่องแรกและเรื่องต่อ ๆ มา คือการบันทึกสภาพสังคมและการเมืองไทย แทรกเอาไว้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง สำหรับ เฉิ่ม... คือช่วงเวลาที่พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้านในสังคมเมือง อันสวนทางโลกส่วนตัวของตัวละครที่ยังคงถวิลหาอดีต และเชื่องช้าเกินกว่าจะตามทัน นอกจากนี้ หนังยังถ่ายทอดให้เห็นภาพของเมืองหลวงในฐานะจุดหมายปลายทางของผู้คนกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาแสวงหาโอกาสในการสร้างเนื้อสร้างตัว และถูกชักจูงด้วยความฝันถึงอนาคตที่ดีกว่าเดิม

ในแง่หนึ่ง เฉิ่ม... จึงเป็นทั้งจดหมายเหตุกรุงเทพมหานครยามราตรี ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของประเทศ เป็นหนังรักที่พูดถึงความสัมพันธ์และความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของตัวละครที่ทั้งโรแมนติกและเจ็บปวด  เป็นหมุดหมายทางการแสดงของดาราและผู้กำกับภาพยนตร์ที่ยังคงมีผลงานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และเป็นตัวแทนของภาพยนตร์ไทยในทศวรรษ 2540 ที่ยังคงได้รับการจดจำ กล่าวถึง รวมทั้งตีความสัญลักษณ์และองค์ประกอบต่าง ๆ จากผู้ชมอยู่เสมอ แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่าสองทศวรรษ