ฟิล์ม 16 มม. / สี / เสียง / ความยาว 31 นาที
ปีสร้าง พ.ศ. 2519
ผู้สร้าง ไม่ปรากฏผู้สร้างแน่ชัด
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มีการบันทึกเป็นภาพยนตร์โดยช่างถ่ายภาพยนตร์ของหน่วยงานสถานีโทรทัศน์และสำนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งคาดว่าไม่น่าจะถึงสิบราย ในจำนวนนี้มีรายหนึ่งคือ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 9 โดย สรรพสิริ วิรยศิริ ผู้อำนวยการสถานี ได้ตัดสินใจถ่ายทอดสดรายงานเหตุการณ์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในชื่อรายการข่าวล่ามาทันที และสรรพสิริ เป็นผู้รายงานด้วยการบรรยายสดเอง ได้รายงานเหตุการณ์รุนแรงซึ่งหน้าตั้งแต่เช้าไปจนเย็น จนเมื่อกองกำลังติดอาวุธของรัฐเข้าควบคุมและจับกุมนักศึกษาและผู้ชุมนุมเป็นผู้ต้องหา หลังจากนั้นสถานีได้นำภาพซึ่งเข้าใจว่าเป็นเทปโทรทัศน์รีเพลย์เป็นระยะ จนตอนค่ำเกิดการรัฐประหาร ยึดอำนาจโดยคณะทหารในนาม คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน สถานีจึงถูกยึดและควบคุม เช่นเดียวกับสถานีวิทยุและโทรทัศน์อื่น ๆ ทั่วประเทศ ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อนในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะจากการถ่ายทอดโดยสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 9 ซึ่งคงทำให้เป็นที่สลดใจและเล่าลือกันทั่วประเทศ วันต่อมาคณะปฏิรูปการปกครองฯ จึงระดมจัดรายการต่าง ๆ เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ให้ประชาชนทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เรียกว่าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ นอกจากจัดรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์แล้ว ยังมีการผลิตเป็นภาพยนตร์และจัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่ออกฉายและจัดแสดงตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งนักศึกษา และนักการเมือง นักเคลื่อนไหวการเมือง ซึ่งถูกทางการคุกคามจับกุม ได้หลบหนีลี้ภัยไปต่างประเทศและส่วนใหญ่หลบเข้าป่าร่วมการต่อสู้ด้วยกำลังติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
หลังจากวันเวลาผ่านไป 5-6 ปี ซึ่งสถานการณ์สงครามเย็นในโลกและภูมิภาคเปลี่ยนแปลง รัฐบาลนิรโทษกรรมนักศึกษาที่ถูกจับกุมดำเนินคดีและต่อมาใช้การเมืองนำการทหาร ออกนโยบาย 66/23 ต้อนรับนักศึกษาและผู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์กลับคืนเมือง ในสถานการณ์ที่คลี่คลายลงนี้ กิจกรรมของนักศึกษาตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เริ่มกลับมา มีการพูดถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 กิจกรรมอย่างหนึ่งที่เริ่มกลับมา คือการอภิปรายพูดถึงและจัดนิทรรศการเกี่ยวกับสองเหตุการณ์นั้น กรณี 14 ตุลา มักไม่สู้มีปัญหา เพราะไม่มีภาพความรุนแรงเท่า 6 ตุลา และเป็นเหตุการณ์ที่ฝ่ายนักศึกษาหรือฝ่ายประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยชนะ สามารถยืนหยัดต่อสู้จนโค่นล้มเผด็จการทรราชลงได้ ภาพยนตร์ที่บันทึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ของ ชิน คล้ายปาน ในนามฝ่ายโสตทัศนศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกนำมาฉายเป็นหลัก แต่กรณี 6 ตุลา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่รัฐก่ออาชญากรรมการเมือง และถูกทำให้เป็นเรื่องต้องห้าม อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ที่คลี่คลายนี้เอง ได้มีการนำภาพยนตร์ในรูปของเทปวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ออกมาเผยแพร่ในหมู่นักศึกษาที่จัดกิจกรรม ภาพยนตร์นี้ไม่มีการระบุผู้ถ่ายทำและที่มา เป็นภาพขาวดำ ไม่มีเสียงบรรยาย แต่มีการใส่เสียงบรรยากาศซึ่งเข้าใจว่ามีการบันทึกจากเหตุการณ์มาใส่ประกอบตลอดความยาวราว 48 นาที ของวิดีโอนี้ เป็นเหตุการณ์เน้นเฉพาะที่เกิดความรุนแรงภายนอกและในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เช้าจนเย็นของวันที่ 6 ตุลานั้น หอภาพยนตร์ได้รับมอบสำเนาเทปวีดิทัศน์ เหตุการณ์ 6 ตุลา ที่แพร่หลายนี้จาก ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2554
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อ 6 ตุลาคม 2519 เข้าใจว่าเป็นภาพยนตร์ที่ผลิตขึ้นจากหน่วยงานความมั่นคงของรัฐในช่วงหลังจากเหตุการณ์เพิ่งผ่านไป เพื่อใช้ในการรณรงค์เผยแพร่ให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่รัฐต้องการนำเสนอ โดยฉายเผยแพร่ทางโทรทัศน์และฉายประกอบการจัดนิทรรศการเคลื่อนที่ของหน่วยงานนี้
ภาพยนตร์ถ่ายทำด้วยฟิล์มสี 16 มม. บันทึกเสียงบรรยายและเสียงสัมภาษณ์บุคคลในเหตุการณ์จริง เข้าใจว่าส่วนหนึ่งของคณะทำงานถ่ายทำ ตัดต่อและบันทึกเสียงคือ ทีมงานภาพยนตร์ข่าวของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ผู้ให้เสียงบรรยายและสัมภาษณ์คือ มานิต ควรขจร ผู้ประกาศข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในขณะนั้น
ภาพยนตร์นี้มีความยาว 30 นาที บันทึกเหตุการณ์วันที่ 4-5 และ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 โดยนำเสนอภาพเหตุการณ์ดังนี้
- การชุมนุมของนักศึกษาในธรรมศาสตร์ เห็นป้ายใหญ่บนเวทีคัดค้านการกลับมาของถนอม กิตติขจร และโปสเตอร์คัดค้านอีกบางชิ้น
- ภาพการชุมนุมที่ลานโพธิ์ นักศึกษาแสดงละครเสียงบรรยายว่า สรุปว่ากลุ่มนักศึกษาชุมนุมคัดค้านการกลับมาของถนอม โดยมีศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเป็นหัวแรงสำคัญ ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม กลุ่มได้จัดแสดงละครแสดงการถูกแขวนคอ เป็นลักษณะดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายองค์รัชทายาท
- เหตุการณ์วันที่ 5 ตุลาคม ที่หน้าบ้าน ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี มีกลุ่มประชาชนนำโดย นายทนง โพธิ์อ่าน ผู้นำสหภาพแรงงาน นำหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ที่ลงรูปถ่ายการแสดงแขวนคอ มายื่นให้นายกรัฐมนตรีจัดการ มานิต ควรขจร โฆษกได้สัมภาษณ์นายทนงถึงสาเหตุที่มาชุมนุมเสียงบรรยายว่า ต่อมาเวลาสี่ทุ่มคืนนั้น นายกได้แถลงออกโทรทัศน์ ว่ามีการแสดงละครดูหมิ่นอาฆาตเจ้าฟ้าชาย จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาตัวมาดำเนินคดี
- เหตุการณ์ที่สถานีวิทยุยานเกราะ คืนวันที่ 5 ตุลาคม มีประชาชนผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไปชุมนุม เห็น พ.อ. อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดรายการ เปิดให้ประชาชนพูดแสดงความรู้สึกออกอากาศสดตลอดคืน
- เหตุการณ์คืนวันที่ 5 ตุลาคม ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประชาชนไปชุมนุมหน้ามหาวิทยาลัยซึ่งปิดประตู มีกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยพร้อมอาวุธ เดินทางเข้ามา เห็นอธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจเอก ศรีสุข มหินทรเทพ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เช่น เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ รอง ผบ. นครบาล เห็นนายดำรงค์ ลัทธพิพัฒน์ มาสังเกตการณ์เสียงบรรยายว่า อธิบดีกรมตำรวจ ได้ไปอำนวยการรักษาความสงบอยู่โดยตลอด และให้เพิ่มเติมกำลังขึ้นอีก นายดำรงค์ ลัทธพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาดูเหตุการณ์หน้ามหาวิทยาลัย
- เหตุการณ์ดึกวันที่ 6 ตุลาคม เกิดการบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาพถ่ายให้เห็นการเคลื่อนไหวของผู้คนภายใน มีรถตู้พยายามเข้าไปรับผู้บาดเจ็บเสียงบรรยายความว่า ชนวนแห่งการนองเลือดได้ถูกจุดขึ้นเมื่อเวลา 2 นาฬิกา 8 นาที ของวันที่ 6 ตุลา หลังจากที่ญาติวีรชน 14 ตุลา เลิกการอดอาหารเล็กน้อย โดยกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเริ่มยิงปืนออกมายังตำรวจ ซึ่งตำรวจไม่โต้ตอบ คงปล่อยให้ฝ่ายนักศึกษายั่วยุ
- ภาพการบุกเข้าไปของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มประชาชน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนเย็นเห็นเจ้าหน้าที่ควบคุมให้นักศึกษาถอดเสื้อคลานไปตามพื้นเสียงบรรยาย กล่าวถึงสิ่งที่นักศึกษาทำตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นความเหิมเกริม หลงลืมตัว คิดว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครกล้าทำอะไร จนก้าวก่าย เหยียบย่ำจิตใจคนไทย จนชาวไทยทนต่อไปไม่ได้
- ภาพเหตุการณ์ที่เรือนจำชั่วคราวบางเขน นักศึกษาถูกนำไปคุมขัง
- ภาพเหตุการณ์ย้อนไปกลางวัน วันที่ 5 ตุลาคม ที่ลานพระรูปทรงม้า ประชาชนถูกชักชวนให้ไปชุมนุมตั้งแต่เช้า มีผู้จัดอาหารมาเลี้ยง ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงหนักแผ่นดิน ต่อมาตอนเย็นผู้ชุมนุมเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอพบนายกรัฐมนตรี มานิต ควรขจร สัมภาษณ์นายประสิทธิ์ ไชยทองพันธ์ ผู้นำแรงงานซึ่งเป็นตัวแทนเข้าเจรจากับนายก ความว่าฝ่ายผู้มาชุมนุมขอให้นายกปลดนายชวน หลีกภัย, นายดำรง ลัทธพิพัฒน์, นายสุรินทร์ มาศดิศ ออกจากรัฐมนตรี และให้ตั้งนายสมัคร สุนทรเวช, นายสมบุญ ศิริธร เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยตามเดิม
- ภาพเหตุการณ์ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และคณะรัฐมนตรี เช่น ทวิช กลิ่นประทุม, ชาติชาย ชุณหะวัณ ออกมาพบผู้ชุมนุม ซึ่งผู้บรรยายกล่าวว่า ผู้ชุมนุมได้เปิดประตูรั้วทำเนียบเข้ามาอย่างสงบเรียบร้อย ได้ยินเสียง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า ด้วยความสัตย์ ท่านไม่ทราบมาก่อนว่ารัฐมนตรีเหล่านี้ที่ผู้ชุมนุมขอให้ปลดเป็นคอมมิวนิสต์
- สุดท้าย ภาพเหตุการณ์ค่ำวันที่ 6 ตุลาคม พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ซึ่งเข้ายึดอำนาจ ทำรัฐประหาร กำลังกล่าวแถลงการณ์ต่อประชาชนที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีคุณค่าเป็นเอกสารสำคัญส่วนหนึ่งในบรรดาเอกสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็นเอกสารภาพยนตร์ที่ผลิตโดยรัฐ ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนเห็นความชอบธรรมของรัฐในการปราบปรามผู้ชุมนุมในวันนั้น ซึ่งหากเราใช้ศึกษาควบคู่กับภาพยนตร์เหตุการณ์ 6 ตุลา ที่แสดงแต่ภาพบันทึกเหตุการณ์โดยไม่มีคำบรรยายใด ๆ เลย อาจจะทำให้ข้อเท็จข้อจริงของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บาดแผลของชาติกรณีนี้ปรากฏขึ้น