ฟิล์ม 35 มม. / สี / เสียง / ความยาว 140 นาที
วันออกฉาย 4 มิถุนายน พ.ศ. 2519
บริษัทสร้าง จิรบันเทิงฟิล์ม
ผู้อำนวยการสร้าง จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร
ผู้กำกับ ส. อาสนจินดา
ผู้เขียนบท พร น้ำเพชร
ถ่ายภาพ สมาน ทองทรัพย์สิน
ผู้ลำดับภาพ ส. อาสนจินดา
สร้างเพลง ชาลี อินทรวิจิตร - แก้วฟ้า
ประกอบดนตรี ม.ร.ว.ธิติสาร สุริยง
ผู้แสดง สมบัติ เมทะนี, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, นัยนา ชีวานันท์, นิรุตต์ ศิริจรรยา, ช่อเพชร ชัยเนตร, มารศรี ณ บางช้าง, แผน บรเพ็ด, ลูกปู จินดานุช, ส. อาสนจินดา, บรรจง เลาหจินดา, จรัสศรี สายะศิลปี, วิรี เภกะนันท์
แผ่นดินของเรา สร้างจากนวนิยายชิ้นเอกของ มาลัย ชูพินิจ นักเขียนชั้นครูในนามปากกา “แม่อนงค์” และได้รับการยกย่องอย่างสูงมาตลอดหลายสิบปีทั้งจากผู้อ่านและผู้คนในแวดวงวรรณกรรมไทย บทแรกของนวนิยายเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ขณะมาลัยทำสวนมะพร้าวอยู่ที่อ่าวพนังตัก จังหวัดชุมพร และบทท้ายจบลงในวันที่และเดือนเดียวกัน ปี พ.ศ. 2493 ณ ที่ทำงานบริษัท ไทยพณิชยการ จังหวัดพระนคร ท่ามกลางชีวิตที่ต้องเร่ร่อน อพยพหลบภัยในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของบ้านเมือง ทำให้การเขียนนั้นเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น จนต้องใช้เวลานานหลายปีจึงจะสำเร็จ
เนื้อหาในนวนิยาย “แผ่นดินของเรา” เล่าย้อนกลับไปในสมัยปลายยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ผ่านเรื่องราวของผู้คนในคฤหาสน์จิระเวสน์ อันได้แก่ พระวรนารถประณต ข้าราชสำนักเก่า กับภรรยา และลูกสาวทั้งสามคน คือ อัจฉรา, สายสวรรค์ และ ภัคคินี วันหนึ่ง ทั้งครอบครัวได้เดินทางไปพักตากอากาศยังสวนมะพร้าวของ ธำรง โรจนคุปต์ สหายรุ่นน้องของพระวรนารถฯ ที่ทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร เป็นจุดเริ่มต้นให้ธำรงได้พบรักกับ ภัคคินี ลูกสาวคนเล็กของบ้าน และแต่งงานกัน แม้จะอายุห่างกันกว่ายี่สิบปี อย่างไรก็ตาม เมื่อ นเรนทร์ หนุ่มรูปงามคู่หมั้นของ อัจฉรา พี่สาวคนโต ได้กลับมาจากฝรั่งเศส เขาและภัคคินีได้ลอบรักกัน และตัดสินใจหนีตามกันไปในเช้าวันแต่งงานของนเรนทร์และอัจฉรา ทำให้ชีวิตของทุกคนต้องผกผัน ไปพร้อมกับชะตากรรมของคฤหาสน์จิระเวสน์อันเก่าแก่และอาณาจักรทุ่งวัวแล่นที่เปลี่ยนแปลงไป
ในช่วงที่นวนิยายซึ่งตีพิมพ์เป็นตอน ๆ กำลังจะจบลง อันตรงกับช่วงเฟื่องฟูของวงการละครเวที คณะละครศิวารมณ์ของ นาวาอากาศเอก สวัสดิ์ ฑิฆัมพร ได้นำ “แผ่นดินของเรา” มาจัดทำเป็นละครเวทีแสดงที่ศาลาเฉลิมไทย เป็นโปรแกรมส่งท้ายปีเก่า พ.ศ. 2493 จัดแสดงระหว่างวันที่ 19-30 ธันวาคม โดยมีสิ่งเชื่อมโยงกับฉบับภาพยนตร์ที่สร้างในเวลาต่อมา คือ เพลงประกอบการแสดงละครชื่อ “จันทน์กะพ้อร่วง” ที่แต่งขึ้นจากวรรคทองอันโด่งดังซึ่งมาลัยใช้เป็นบทพรรณาทั้งเปิดและปิดเรื่องว่า “ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู แต่มิได้หล่นลงสู่พื้นดินทีเดียว...” ประพันธ์เนื้อร้องโดย แก้ว อัจฉริยะกุล และทำนองโดย เอื้อ สุนทรสนาน และขับร้องครั้งแรกโดย สวลี ผกาพันธุ์ ซึ่งแสดงเป็น ภัคคินี ในฉบับละครเวที บทเพลงอมตะนี้ได้นำมาใช้ประกอบในฉบับภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2519 ด้วย
นอกจากนี้ ส. อาสนจินดา ซึ่งรับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงนำในบท นเรนทร์ ของฉบับละครเวที ยังได้กลับมากำกับ แผ่นดินของเรา อีกครั้ง ในฉบับภาพยนตร์ พร้อมทั้งทำหน้าที่ลำดับภาพ และร่วมแสดงในบท พระวรนารถประณต ภาพยนตร์ แผ่นดินของเรา สร้างในระบบฟิล์ม 35 มม. โดยจิรบันเทิงฟิล์ม ของพลตำรวจโท บันเทิง กัมปนาทแสนยากร และ จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร โดยมี “แสนยากร” ผู้กำกับที่ร่วมงานกับจิรบันเทิงฟิล์มหลายเรื่อง มีชื่อปรากฏในภาพยนตร์เป็นที่ปรึกษา (แต่ในโปสเตอร์ระบุว่าเป็นผู้กำกับร่วม) และได้ ไพจิตร ศุภวารี นักเขียนและนักสร้างภาพยนตร์ มาเป็นผู้ดัดแปลงนวนิยายเป็นบทภาพยนตร์ ในนามปากกา พร น้ำเพชร
นักแสดงนำนอกจาก ส. อาสนจินดา ได้แก่ สมบัติ เมทะนี รับบท ธำรง, นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบท นเรนทร์, นัยนา ชีวานันท์ รับบท อัจฉรา, ช่อเพชร ชัยเนตร รับบท สายสวรรค์ และ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท ภัคคินี โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของเนาวรัตน์ ซึ่งได้รับบทหนักเป็นตัวละครแกนหลักของเรื่อง เธอต้องแสดงบทบาทจากสาวน้อยในสังคมชั้นสูง ผู้รักอิสระเสรี ที่ชะตากรรมพลิกผัน เพราะพ่ายแพ้ให้แก่ความรักจนชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด ความสามารถของเนาวรัตน์ในวัยเพียง 18 ปี ทำให้เธอสามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาเงิน ผู้แสดงหน้าใหม่หญิงไปครอง
แผ่นดินของเรา นับเป็นงานสร้างภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากใน พ.ศ. 2519 แม้เนื้อหาในฉบับภาพยนตร์จะถูกตัดทอนและดัดแปลงไปจากนวนิยายในบางส่วน แต่ยังคงไว้ด้วยหลายฉากที่ตั้งใจถ่ายทอดตามที่ มาลัย ชูพินิจ บรรยายไว้ในบทประพันธ์ การถ่ายทำเป็นไปอย่างพิถีพิถันโดดเด่นกว่าภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องในยุคสมัยเดียวกัน โดยผู้ถ่ายภาพคือ สมาน ทองทรัพย์สิน ตากล้องที่มีผลงานมายาวนานตั้งแต่ยุคภาพยนตร์ฟิล์ม 16 มม. ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2569
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แตกต่างจากฉบับนวนิยายอย่างเห็นได้ชัดที่สุด คือ การอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นเพลงเปิดเรื่อง เพลงพระราชนิพนธ์นี้ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองในปี พ.ศ. 2502 ต่อมาปี พ.ศ. 2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย มีเนื้อหาบรรยายถึงความร่มเย็นเป็นสุขและปลุกจิตสำนึกให้รักชาติ
นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังได้แทรกฉากเพลงประกอบการทำไร่ไถนา ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง ทั้งหมดนี้ถูกแต่งเสริมเพิ่มมาจากบทประพันธ์ ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวภัยคอมมิวนิสต์ และเกิดการปลูกฝังอุดมการณ์ให้รู้รักสามัคคี เพื่อปกป้องประเทศและสถาบันหลักของชาติผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างเข้มข้น และในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2519 ผู้สร้างยังได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จทอดพระเนตรภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย โดยมีดาราภาพยนตร์จำนวนมากทั้งที่ร่วมแสดงและไม่ได้แสดงในเรื่องเฝ้ารับเสด็จฯ
ภาพยนตร์เรื่อง แผ่นดินของเรา จึงเป็นทั้งผลงานที่พาผู้ชมกลับไปสัมผัสคุณค่าของวรรณกรรมเรื่องยิ่งใหญ่และลึกซึ้งที่สุดเรื่องหนึ่งของ มาลัย ชูพินิจ ผู้มีวาระครบรอบ 120 ปีชาตกาล ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ในขณะเดียวกัน งานที่ตั้งใจสะท้อนทัศนคติของการใช้ชีวิต ความรัก และความดีงามของสังคมในยุคสมัยหนึ่ง ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้มข้น ละเมียดละไม เป็นที่ประทับใจแฟนภาพยนตร์ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ยังเป็นเครื่องมือให้ผู้ชมในยุคปัจจุบันได้สำรวจกระแสความคิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ภาพยนตร์ออกฉาย และทำให้ความหมายของ “แผ่นดินของเรา” ที่ มาลัย ชูพินิจ สร้างไว้ ยังคงได้รับการค้นหาและตีความใหม่ได้อยู่เสมอ