วิดีโอเทป / สี / เสียง / ความยาว 53 นาที
ปีสร้าง พ.ศ. 2532
ผู้สร้าง มูลนิธิผู้หญิง Foundation for Women, Bangkok (FFW), Südostasien Informationsstelle, Bochum (Southeast Asian Information Center, Bochum)
ผู้เขียนบทและกำกับการแสดง อุษา เลิศศรีสันทัด, รังสิมา ลิมปิสวัสดิ์, Susanne Wycisk, Gabi Hinderberger
ผู้กำกับภาพ Gabi Hinderberger, Wolfgang Kriener
ผู้บันทึกเสียง Wolfgang Kriener, อุษา เลิศศรีสันทัด
ผู้ตัดต่อ Urban Hopen
ผู้ทำดนตรีประกอบ Winfried Mandrella, วงคารวาน
ผู้แสดงละครใบ้ Peter Sömmer, รังสิมา ลิมปิสวัสดิ์
ผู้ให้สัมภาษณ์ Dagmar Böwing, Srinapan Moszyk, Petchara Fenzl, Panida Quak, Suparb Pas-Ong
ช่วงทศวรรษคริสต์ศักราช 1980 ประเทศเยอรมนียังคงถูกแบ่งด้วยกำแพงการเมืองเป็นฝั่งตะวันตกและตะวันออก คู่ขนานกันไปในอีกฟากของโลก ในทศวรรษดังกล่าวประเทศไทยเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อม ๆ กับการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจและการตั้งความหวังจะก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ความฝันนี้ไม่ได้ราบรื่นสวยงาม เพราะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยถูกทิ้งไว้ข้างหลังและต้องแสวงหาหนทางอื่นเพื่อความอยู่รอด สำหรับผู้หญิงไทยหลายคน มิติทางเศรษฐกิจที่กล่าวมานี้ทับซ้อนไปกับมิติเรื่องเพศและค่านิยม

เรื่องความรักและความผูกพันที่ต่างกันระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ผู้หญิงไทยจำนวนหนึ่งเลือกเส้นทางไปทำงานในต่างประเทศ ทั้งงานบนดินสุจริต เช่น ร้านนวด ร้านอาหาร หรือทำงานในแหล่งอโคจร งานขายบริการทางเพศ และยังมีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปแต่งงานกับคนเยอรมัน ทั้งที่ไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือที่ผ่านนายหน้าจัดหาผู้หญิง หลายคนพบความสุขกับครอบครัวใหม่ดังที่แสวงหา แต่หลายคนตกระกำลำบากจนต้องเอาตัวรอดโดยการยอมเป็นทาสขายบริการในแหล่งเสื่อมโทรม
ปี พ.ศ. 2532 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงโบคุม และมูลนิธิบ้านหญิงในเยอรมัน นำโดย Susanne Wycisk (ซูซานน่า วีซิจ) เดินทางมายังเมืองไทยและพบกับมูลนิธิผู้หญิงในกรุงเทพฯ ผ่านโครงการ Thai-German Dialogue นำไปสู่การที่สมาชิกของมูลนิธิผู้หญิงสามคน ได้แก่ อุษา เลิศศรีสันทัด รังสิมา ลิมปิสวัสดิ์ และ ศิริพร สโครบาเนค เดินทางจากไทยไปเยอรมันเพื่อถ่ายทำสารคดีที่ชื่อว่า WESTWÄRTS...Südostasiatinnen in der BRD หรือแปลเป็นไทยได้ว่า การเดินทางสู่ตะวันตก... ผู้หญิงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเยอรมนีตะวันตก
สารคดีเรื่องนี้แสดงภาพที่แทบไม่เคยเห็นในสารคดีไทยมาก่อน โดยสะท้อนให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ทางสังคม กิจวัตรประจำวัน และการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงไทยในเยอรมัน(และผู้หญิงฟิลิปปินส์ด้วยบางส่วน) หนังประกอบด้วยบทสัมภาษณ์ผู้ชายเยอรมันที่แต่งงานกับผู้หญิงไทย ที่ให้เหตุผลว่า “เพราะผู้หญิงไทยไม่เหมือนผู้หญิงเยอรมันที่ปากเสีย” และแสดงทัศนคติแบบเจ้าอาณานิคมทางร่างกายที่มองคนจากประเทศเอเชียว่ามีสถานะต่ำกว่า ส่วนบทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยแสดงให้เห็นความต้องการชีวิตที่ดีกว่า และการเต็มใจเสี่ยงเดินทางมา ทั้งที่ผ่านนายหน้า หรือผ่านญาติพี่น้องที่แต่งงานกับคนเยอรมันมาก่อน โดยไม่รู้ว่าเมื่อมาถึงแล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร
หนังไม่เพียงแค่ตีแผ่ด้านมืดของชีวิตที่หญิงไทยต้องเผชิญ ไม่ว่าจะมาเป็นเมียหรือเป็นโสเภณี แต่หนังยังแสดงให้เห็นถึงสังคมตะวันตกที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยอคติ อาชญากรรม และช่องว่างทางทัศนคติในความสัมพันธ์กับผู้หญิงจากดินแดนอื่น หนังยังแสดงให้เห็นสภาพบ้านเมืองเยอรมันทั้งในส่วนที่เจริญและพัฒนาแล้ว และแหล่งเสื่อมโทรมของช่วงก่อนกำแพงเบอร์ลินจะล่มสลาย
สารคดีเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องผู้หญิงที่สร้างโดยคนทำหนังสมัครเล่นที่เป็นผู้หญิงเช่นกัน ถึงแม้วิธีการจะตรงไปตรงมา และดูไม่สมบูรณ์แบบในเชิงเทคนิค แต่หนังกลับมีพลังของการเผชิญหน้ากับความจริงโดยไม่ปรุงแต่ง เป็นหนังที่ทำให้เห็นใบหน้าของผู้คนทั้งไทยและเยอรมัน ได้สัมผัสสิ่งที่พวกเขาพูดและคิด และเผยให้เห็นทัศนคติ อคติ ความปรารถนา และความหวังที่ซ่อนอยู่ เป็นหนังสำคัญที่บันทึกช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทยและสังคมเยอรมัน ที่ยังคงเป็นบทเรียนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน