ดาวคะนอง

สื่อดิจิทัล / สี / เสียง / ความยาว 106 นาที 

วันออกฉาย 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559     

บริษัทสร้าง Electric Eel Films, Survivance

บริษัทร่วมสร้าง V.S. Service, Cinema22

Executive producer ชยัมพร เตรัตนชัย, ภิไธย สมิตสุต, เอ็ดเวิร์ด กุนาวัน

Producer        โสฬส สุขุม, เบญจวรรณ สมสิน, ลี ชาตะเมธีกุล, อโนชา สุวิชากรพงศ์

Co-Producer กีโยม มอเรล, แม่น้ำ ชากะสิก, วิศรา วิจิตรวาทการ

ผู้กำกับ    อโนชา สุวิชากรพงศ์   

ผู้เขียนบท อโนชา สุวิชากรพงศ์   

ถ่ายภาพ หมิง ไข่ เหลียง  

ผู้ลำดับภาพ ลี ชาตะเมธีกุล, มัชฌิมา อึ๊งศรีวงษ์       

Production Designer ปริณดา มุ่งหมายผล, วิกรม เจนพนัส     

Sound Designer      อัคริศเฉลิม กัลยาณมิตร

Music Composer    วุฒิพงศ์ ลี้ตระกูล

Sound Recordist    สราวุธ พันถา, เฉลิมรัฐ ทวีวัฒนา       

ผู้แสดง    วิศรา วิจิตรวาทการ, อารักษ์ อมรศุภศิริ, อัจฉรา สุวรรณ์, อินทิรา เจริญปุระ, โสรยา นาคะสุวรรณ, รัศมี เผ่าเหลืองทอง, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, อภิญญา สกุลเจริญสุข, เววิรี อิทธิอนันต์กุล, ณัฐดนัย วังศิริไพศาล


ดาวคะนอง เป็นหนังที่พูดถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ผ่านภาษาภาพยนตร์ศิลปะร่วมสมัย โดยหนังไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวตรง ๆ ไม่ใช้ภาพที่เคยเห็นจากเหตุการณ์นั้นตรง ๆ แต่ถอดรื้อโครงสร้างของประวัติศาสตร์และการเล่าเรื่อง ผสมผสานสารคดี เรื่องแต่ง ความฝัน ความทรงจำ จนกลายเป็นงานศิลปะภาพเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง หลอกหลอน และท้าทายคนดู ไม่แช่แข็งประวัติศาสตร์ผ่านภาพจำเดิม แต่กระตุ้นให้เรื่องราวของ 6 ตุลา ถูกถ่ายทอดต่อเนื่องไปยังคนดูรุ่นใหม่ ดาวคะนอง เป็นหนังที่ยิ่งทวีความชัดเจนในวิสัยทัศน์ของผู้สร้างในวาระที่เหตุการณ์ 6 ตุลา ครบรอบ 50 ปี ในปีนี้ 

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของผู้กํากับภาพยนตร์หญิงกับอดีตนักศึกษาและนักกิจกรรมในช่วงเหตุการณ์ “6 ตุลา” ผู้เป็นแรงบันดาลใจของเธอ บริกรสาวผู้เปลี่ยนงานเป็นประจํา และนักแสดงชายหญิงคู่หนึ่ง ทั้งหมดต่างมีความเชื่อมโยงกันด้วยสายใยที่แทบจะมองไม่เห็นและถูกบอกเล่าอย่างกระจัดกระจาย แต่กลับเปิดเผยให้เห็นถึงความสลับซับซ้อนที่มีส่วนต่อวิถีชีวิตของตัวละครแต่ละตัว





ในปีที่ออกฉาย หนังได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และตัดต่อยอดเยี่ยม และยังได้รางวัลใหญ่จากหลายเวทีของไทย รวมทั้งยังออกฉายในเทศกาลหนังชั้นนำมากมายทั่วโลก และยังคงมีผู้สนใจจัดฉายอยู่จวบจนวันนี้ 
ความโดดเด่นจนแปร่งประหลาดของ “ดาวคะนอง” อยู่ที่การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง “เรื่องเล่า” “ประวัติศาสตร์” “ความทรงจำ” โดยทั้งหมดนี้ถูกวางอยู่ในกรอบปรัชญาที่พิจารณาความหมายของภาพยนตร์ หรือสิ่งที่ภาพยนตร์สามารถเล่าได้ จำได้ หรือสร้างใหม่ได้ รวมทั้งตั้งคำถามกับข้อจำกัดและความเป็นไปได้ของ “ภาพยนตร์” ในการย้อนกลับมาเล่าเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์




ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ อโนชา สุวิชากรพงศ์ กลายเป็นผู้กำกับร่วมสมัยที่สื่อสารกับสังคมภาพยนตร์ในระดับโลกได้อย่างเต็มตัว เพราะถึงแม้หนังจะผูกโยงกับเหตุการณ์ของไทยอย่างเข้มข้น แต่ในแง่ของศิลปะภาพยนตร์และการพิเคราะห์รูปแบบ หนังมีความลึกซึ้งในการเล่นกับโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ทับซ้อนช่วงเวลา กลายเป็นอุปมาของการแสวงหาความทรงจำที่นับวันมีแต่จะเลือนรางและแตกสลายราวกับกลายเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ถูกขูดพื้นผิวจนเปิดไม่ได้
ดาวคะนอง จึงไม่ใช่เป็นเพียงการเล่นแร่แปรธาตุทางความคิด แต่เป็นหนังที่มีหัวใจและความรู้สึก เป็นบันทึกความสูญเสียและความโหดร้ายที่ยังคงอยู่ในกระแสสำนึกของคนไทยจวบจนปัจจุบัน