อัศวินดาบกายสิทธิ์

ฟิล์ม 35 มม. / สี / เสียง / ฉบับมิตร-กว่าน หลิง ความยาว 90 นาที  

ฉบับมิตร-เพชรา ความยาว 71 นาที (ไม่สมบูรณ์)

วันออกฉาย 4 ธันวาคม พ.ศ. 2513     

บริษัทสร้าง  เซาท์อีสเอเซียฟิล์ม, จิรบันเทิงฟิล์ม, Sin Hok Gong Luen Film Company

ผู้อำนวยการสร้าง เหอ ลี่ลี่ 

ผู้กำกับ    เฉิน เลียก ปิน 

ผู้เขียนบท  โจว หาง

ผู้กำกับภาพ หลินเชา

ผู้ลำดับภาพ ซ่ง หมิง

ผู้กำกับศิลป์  ต่ง เผยซิน             

ประกอบดนตรี  หวัง จวีเหริน 

ผู้แสดง    ฉบับมิตร-กว่าน หลิง มิตร ชัยบัญชา, กว่าน หลิง, เถียน เหย่, ซิ เจียง, ชาติ ชัยภูมิ 

ฉบับมิตร-เพชรา มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, เถียน เหย่, ซิ เจียง, ชาติ ชัยภูมิ


ปี พ.ศ. 2513 นับเป็นปีสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชีวิตของ มิตร ชัยบัญชา ตำนานพระเอกผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย เป็นทั้งขวบปีที่เขากำลังพุ่งสู่จุดสูงสุดในฐานะดาราอันดับหนึ่ง ผู้มีคิวการแสดงชุกที่สุดในประเทศ มีผลงานเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ที่เข้าฉายเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ได้รับความนิยมเป็นปรากฏการณ์ ยืนโรงนานหลายเดือน แต่ในขณะเดียวกัน ปีเดียวกันนั้นกลับกลายเป็นปีแห่งหายนะ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม มิตรตกจากบันไดเฮลิคอปเตอร์ ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ร่างที่เคยปรากฏบนจอสร้างความสุขให้แก่ผู้คนผ่านภาพยนตร์เกือบ 300 เรื่อง ร่วงลงสู่พสุธาจนดวงวิญญาณแตกดับ ไปพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลายของแฟนหนังไทยทั่วประเทศ

ปี พ.ศ. 2513 นับเป็นปีสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชีวิตของ มิตร ชัยบัญชา ตำนานพระเอกผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์ไทย เป็นทั้งขวบปีที่เขากำลังพุ่งสู่จุดสูงสุดในฐานะดาราอันดับหนึ่ง ผู้มีคิวการแสดงชุกที่สุดในประเทศ มีผลงานเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ที่เข้าฉายเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ได้รับความนิยมเป็นปรากฏการณ์ ยืนโรงนานหลายเดือน แต่ในขณะเดียวกัน ปีเดียวกันนั้นกลับกลายเป็นปีแห่งหายนะ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม มิตรตกจากบันไดเฮลิคอปเตอร์ ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ร่างที่เคยปรากฏบนจอสร้างความสุขให้แก่ผู้คนผ่านภาพยนตร์เกือบ 300 เรื่อง ร่วงลงสู่พสุธาจนดวงวิญญาณแตกดับ ไปพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลายของแฟนหนังไทยทั่วประเทศ

ใน อัศวินดาบกายสิทธิ์ มิตร ชัยบัญชา รับบทเป็นจอมยุทธหนุ่ม ผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบและมีคุณธรรม แต่กลับตกหลุมรักลูกสาวของศัตรู กลายเป็นความรักต้องห้าม ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลใหญ่ ที่ต่อสู้แย่งชิงสิทธิ์ครอบครองหุบเขาซึ่งมีแหล่งแร่เกลือมูลค่ามหาศาล ภาพยนตร์ถ่ายทำควบคู่กันไป 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับนางเอกไต้หวัน กว่าน หลิง สำหรับฉายในต่างประเทศทั่วโลก และฉบับนางเอกไทย เพชรา เชาวราษฎร์ ดาราคู่ขวัญของมิตร เพื่อฉายในประเทศไทย 



ท่ามกลางงานแสดงที่รัดตัว มิตรได้จัดคิวเพื่อไปแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ฮ่องกงสามครั้งในเดือนสิงหาคม กันยายน และเดือนตุลาคม ครั้งละประมาณ 6-10 วัน ทั้งเขาและเพชรา ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ และสื่อมวลชนในฮ่องกง ในขณะที่การถ่ายทำก็เป็นไปอย่างราบรื่น มิตรทุ่มเทแสดงสุดฝีมือจนมักได้รับคำชมจาก เฉิน เลียก ปิน ผู้ได้รับการโปรโมตว่าเป็นผู้กำกับอันดับหนึ่งของไต้หวันในเวลานั้น และยังได้รับการติดต่อแสดงภาพยนตร์จีนเพิ่มอีก 2 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่เขาภาคภูมิใจและตั้งใจแสดงสุดฝีมือเรื่องนี้ กลับจบลงอย่างโศกนาฏกรรม ต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2513 มิตร ชัยบัญชา เดินทางไปถ่ายทำ อัศวินดาบกายสิทธิ์ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกลับมาเมืองไทยในคืนวันที่ 5 ตุลาคม สามวันต่อมา เขาไปถ่ายทำฉากสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ที่เขารับหน้าที่กำกับเองเรื่องแรก ที่จังหวัดชลบุรี และประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตอย่างไม่มีใครคาดคิด ทำให้ฉากตกค้างของ อัศวินดาบกายสิทธิ์ ที่ต้องถ่ายทำเพิ่มเติม ต้องนำนักแสดงสมัครเล่นที่หน้าคล้ายกับเขาคือ ชาติ ชัยภูมิ มาแสดงแทน ในขณะที่ภาพยนตร์จีนอีก 2 เรื่องต้องเปลี่ยนนักแสดงนำ คือเรื่อง จอมดาบพิชัยยุทธ (2514) ปรับมาเป็น ลือชัย นฤนาท และ ดาบคู่สะท้านโลกันต์ (2514) เปลี่ยนเป็น ไชยา สุริยัน

อัศวินดาบกายสิทธิ์ ฉบับ มิตร-เพชรา ออกฉายในเมืองไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2513 และขึ้นข้อความท้ายเรื่องว่า “ความดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ขอมอบให้กับ มิตร ชัยบัญชา” โดยผู้ร่วมสร้างฝ่ายไทยคือ บริษัท เซาท์อีสเอเซียฟิล์ม ของ สมชาย อัตตานุรักษ์ ซึ่งต่อมามีผลงานร่วมสร้างกับต่างประเทศอีกหลายเรื่อง เช่น เจ้าพระยาที่รัก (2514) หมัดสังหาร (2515) สิงห์สยามถล่มคาราเต้ (2515) ยอดชาย (2516) 




นอกจากนี้ ยังมีบริษัท จิรบันเทิงฟิล์ม ของ พลตำรวจโท บันเทิง กัมปนาทแสนยากร และ จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร ซึ่งขณะนั้นทำธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์ ได้เข้ามาเป็นบริษัทร่วมสร้าง ก่อนที่จิรบันเทิงจะสร้างภาพยนตร์เต็มตัวเรื่องแรกคือ คู่กรรม (2516) ซึ่งใช้วิธีการถ่ายทำแบบ 2 ฉบับ นางเอก 2 คน ไทยกับไต้หวัน เหมือนกัน 

ปี พ.ศ. 2535 กมล กุลตังวัฒนา ผู้บริหารโรงหนังแอมบาสเดอร์ ได้วางแผนนำฟิล์ม อัศวินดาบกายสิทธิ์ ฉบับ มิตร-เพชรา กลับมาฉายใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “ฤทธิ์ดาบชัยบัญชา” มีการออกแบบโปสเตอร์ ทำปฏิทิน และ ส.ค.ส. แจกผู้ชม แต่สุดท้ายต้องล้มเลิก เพราะสภาพฟิล์มไม่สมบูรณ์ ก่อนที่หอภาพยนตร์จะได้รับฟิล์มชุดนี้มาเก็บไว้ในคลังอนุรักษ์ในปี พ.ศ. 2536 จาก บุญเสริม เกียรติมิ่งมงคล ผู้จัดซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์ไทย 

ต่อมาปี พ.ศ. 2541 ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ หรือ “โต๊ะ พันธมิตร” นักพากย์ชื่อดังได้ลงทุนนำฟิล์มเนกาทีฟ อัศวินดาบกายสิทธิ์ ฉบับ มิตร-กว่าน หลิง กลับมาจากแล็บที่ฮ่องกง และพากย์เสียงใหม่ในนามทีมพันธมิตร เพื่อออกฉายทั่วประเทศ ในวาระรำลึก มิตร ชัยบัญชา และจัดทำแผ่นดีวีดีออกจำหน่ายในภายหลัง โดยในแผ่นได้แถมภาพยนตร์ฉบับ มิตร-เพชรา ที่แปลงสัญญาณมาจากฟิล์มชุดที่กมลเคยจะนำมาจัดฉาย ให้ได้ชมเป็นตัวอย่าง ซึ่งเหลือความยาวเพียง 71 นาที จากนั้นในปี พ.ศ. 2562 ปริภัณฑ์ได้มอบฟิล์มเนกาทีฟ อัศวินดาบกายสิทธิ์ ฉบับ มิตร-กว่าน หลิง ที่เขาพากย์เสียงใหม่ให้หอภาพยนตร์อนุรักษ์

อัศวินดาบกายสิทธิ์ จึงเป็นทั้งภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ มิตร ชัยบัญชา ได้ร่วมงานกับสตูดิโอต่างประเทศอย่างเต็มตัว อันเป็นหลักฐานแห่งความโด่งดังข้ามพ้นพรมแดนจากบ้านเกิดไปสู่ระดับสากล และเป็นผลงานที่บันทึกภาพของมิตรไว้ในช่วงเวลาเพียงไม่นานก่อนที่ชีวิตเขาจะปิดฉากลง ในขณะเดียวกัน การเดินทางของฟิล์ม อัศวินดาบกายสิทธิ์ ทั้งสองฉบับที่ไม่ได้สิ้นสุดตามไปด้วย ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มิตร ชัยบัญชา ยังคงเป็นอมตะและไม่เคยตายไปจากหัวใจของแฟนภาพยนตร์ไทย